นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมเตรียมลงพื้นที่พบเกษตรกรและผู้บริหารสหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด ณ จังหวัดพัทลุง ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ เพื่อหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพนมโคแปรรูปของไทยในตลาดการค้าเสรี พร้อมเยี่ยมชมศักยภาพโรงงานผลิต ผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูป และร้านค้าส่งเสริมของสหกรณ์
นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสที่กรมจะได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของสหกรณ์ภายหลังที่ได้รับคำแนะนำเรื่องการยกระดับคุณภาพ มาตรฐานการผลิตสินค้านมแปรรูป ช่องทางการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออก ตลอดจนสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการและผู้นำเข้า ณ ประเทศสิงคโปร์ จากการเข้าร่วมโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วย FTA” ของกรมเมื่อปี 2562 ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของกรมที่ต้องการเตรียมความพร้อมให้เกษตรกร และผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ และพร้อมเข้าสู่การแข่งขันเสรีที่ไทยจะต้องยกเลิกการเก็บภาษีสินค้าผลิตภัณฑ์นมโคที่นำเข้าจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ภายใต้เอฟทีเอ ในปี 2564 และ ปี2568
นางอรมน กล่าวว่า สหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด เป็นสหกรณ์โคนมที่มีศักยภาพ จดทะเบียนสหกรณ์ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2531 ปัจจุบันมีสมาชิกที่ส่งน้ำนมดิบให้กับสหกรณ์ทุกวัน 100 ราย ปริมาณน้ำนมดิบที่ผลิตและเก็บรวบรวมได้ประมาณวันละ 40 ตัน ปริมาณการผลิตโดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1,600 ตัน แบ่งเป็นนมสดพาสเจอไรส์ 1,100 ตัน และนม UHT 500 ตัน พบว่า สหกรณ์มีศักยภาพที่จะยกระดับมาตรฐานและเพิ่มปริมาณการผลิตเพื่อส่งออก สามารถผลิตสินค้าหลากหลายรูปแบบ เช่น นมสดพาสเจอไรส์รสชาติต่างๆ ทั้งในแบบบรรจุขวด และบรรจุถุงเป็นนมโรงเรียน นม UHT ไอศกรีมนมสด เครื่องดื่มนมสด และนมอัดเม็ด เป็นต้น
นางอรมน กล่าวว่า จากความตกลงเอฟทีเอที่มีผลใช้บังคับในปัจจุบัน มีผลให้ประเทศคู่ค้า เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียน และจีน ลดภาษีนมโค และนมโคแปรรูปให้ไทยเหลือ 0% แล้ว ทั้งนี้ อุตสาหกรรมนมโคแปรรูปของไทยมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยมูลค่าการค้าและการส่งออกนมและผลิตภัณฑ์นมของไทยช่วง 3 ปี (ปี 2559-61) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมูลค่าการส่งออกของไทยในช่วง 10 เดือนแรกปี 2562 อยู่ที่ 370 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.5%
สินค้าส่งออกหลัก คือ โยเกิร์ต และนม UHT โดยคู่ค้าหลักยังคงเป็นประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น กัมพูชา ขยายตัว 23% ฟิลิปปินส์ ขยายตัว 22% เมียนมา ขยายตัว 11% ลาว ขยายตัว 6% นอกจากนี้ยังมีฮ่องกง และจีน ที่มีความตกลงเอฟทีเอกับไทยและได้ลดภาษีนำเข้าสินค้านมโคให้กับไทยแล้ว
