ยานยนต์ : โฟล์กพัฒนารถไฟฟ้าไร้คนขับ ประเดิมใช้ที่‘กาตาร์’ปี2022

23.12.19 | 11:15 น.
VW MICROVAN EXTERIOR

รายงานข่าวจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ แจ้งว่า ในการประชุมโดฮา ฟอรั่ม เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ชีค โมฮัมหมัด บิน อับดุลราห์มาน อัล-ทานี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของกาตาร์ เป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือระหว่างตัวแทนจาก โฟล์กสวาเก้น เอจี กับ กาตาร์ อินเวสต์เมนต์ ออโทริตี้ (Qatar Investment Authority หรือ QIA) ในโครงการ โปรเจ็กต์ กาตาร์ โมบิลิตี้ โดยมีรัฐมนตรี ผู้ทรงเกียรติ รวมถึงผู้แทนระดับสูงจากกาตาร์และเยอรมนีร่วมเป็นสักขีพยาน

ข่าวแจ้งว่า นับเป็นครั้งแรกที่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้าแบบไร้คนขับ เลเวล 4 จะเข้ามาเปิดศักราชใหม่ของการเดินทางในเมืองหลวงของกาตาร์ในปี 2022 หลังจากผู้แทนของโฟล์กสวาเกน เอจี กับ กาตาร์ อินเวสต์เมนต์ ออโทริตี้ ได้ลงนามความร่วมมือในโครงการนี้ร่วมกัน เป้าหมายของโครงการคือการพัฒนาระบบขนส่งอัตโนมัติและพลิกโฉมอนาคตของการเดินทางในเมืองให้มีความยั่งยืน ด้วยการนำรถบัสและรถโดยสารขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติมาใช้ในเชิงพาณิชย์ในปี 2022 เป็นต้นไป เนื่องจากความร่วมมือข้ามแบรนด์เป็นส่วนสำคัญของยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแห่งอนาคต โฟล์กสวาเกน คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์, สแกนเนีย, เอ็มโอไอเอ และเอไอดี-ออโตโนมัส อินเทลลิเจนต์ ไดรฟ์วิ่ง จะรับบทบาทสำคัญในโครงการนี้ และในระหว่างมหกรรมฟุตบอลโลก 2022 กาตาร์จะเป็นประเทศแรกในโลกที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วยพลังงานไฟฟ้าและปล่อยมลพิษเป็นศูนย์

มร.แมนซูร อัล-มาห์มาวด์ ซีอีโอของ QIA และ ดร.เฮอร์เบิร์ท ดีสส์ ประธานของ โฟล์กสวาเกนกรุ๊ป ได้ลงนามข้อตกลงในโครงการ โปรเจ็กต์ กาตาร์ โมบิลิตี้ ที่โดฮา โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะและการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย QIA และโฟล์กสวาเกนจะร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบดิจิทัลที่จำเป็น เพื่อบูรณาการยานพาหนะแบบไร้คนขับเข้ากับเครือข่ายขนส่งสาธารณะที่มีอยู่เดิมในโดฮา โดยไอดี บัซซ์ แอด (ID. BUZZ AD) รถโดยสารขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วยพลังงานไฟฟ้าของ โฟล์กสวาเกน คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ จะรับส่งผู้โดยสารสูงสุด 4 คน ในย่านเวสต์เบย์ในรูปแบบกึ่งประจำทาง ส่วนรถบัสสุดไฮเทคของสแกนเนีย จะรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า ทั้งนี้ เอไอดีและเอ็มโอไอเอเป็นแบรนด์ในเครือ โฟล์กสวาเกนกรุ๊ป จะสนับสนุนระบบไร้คนขับและแอพพ์ที่จำเป็นในการให้บริการ นับเป็นครั้งแรกที่ 4 แบรนด์ในเครือ โฟล์กสวาเกนกรุ๊ป ทำงานร่วมกันในโครงการเกี่ยวกับการเดินทางในเมืองในลักษณะนี้

โครงการดังกล่าวจะสร้างระบบนิเวศแบบองค์รวมเพื่อรองรับยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ รวมถึงการสร้างกรอบกฎหมายที่เหมาะสม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเมืองอัจฉริยะ และการส่งผ่านองค์ความรู้ สามารถใช้เป็นแม่แบบในการพลิกโฉมการเดินทางในเมืองทั้งในกาตาร์และประเทศอื่นๆ สำหรับการทดสอบรถโดยสารและรถบัสแบบปิด คาดว่าจะเริ่มในปี 2020 และการทดลองจะเริ่มอย่างเร็วสุดในปี 2021 จากนั้นจะให้บริการจริงในปี 2022 จะแสดงถึงความสำเร็จของยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแห่งอนาคต

ดร.เฮอร์เบิร์ท ดีสส์ ประธานของโฟล์กสวาเกน กล่าวว่า โปรเจ็กต์ กาตาร์ โมบิลิตี้จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ สตราติจี้ ทูเกทเตอร์ 2025+ ของเรา การรับมือกับความท้าทายด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของเรา และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการลงทุนพัฒนาการเดินทางยุคใหม่ เราจะเรียนรู้จากโลกแห่งความเป็นจริงและใช้โครงการนี้เป็นรากฐานสำหรับคนรุ่นหลังในอนาคต”

Advertisement

โฟล์กสวาเกน คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ (Volkswagen Commercial Vehicles – VWCV) ในเครือ โฟล์กสวาเกนกรุ๊ป มีหน้าที่รับผิดชอบธุรกิจ ออโตโนมัส ไดรฟ์วิ่ง, โมบิลิตี้ แอส อะ เซอร์วิส (Autonomous Driving, Mobility as a Service – MaaS) และทรานส์สปอร์ต แอส อะ เซอร์วิส (Transport as a Service – TaaS) โดยมีการเตรียมการให้บริการในเชิงพาณิชย์ และในอนาคต VWCV จะพัฒนาและผลิตยานพาหนะเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles: SPV) อย่างรถแท็กซี่ไร้คนขับและรถแวนไร้คนขับ

ดร.โทมัส เซแดรน ประธานกรรมการบริษัท VWCV กล่าวถึงเป้าหมายของโครงการนี้ว่า การใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่กำลังพัฒนาโดยเอไอดี รวมถึงแอพพ์ ไรด์ พูลลิ่ง ของ เอ็มโอไอเอ สำหรับเรียกรถผ่านแอพพ์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางในเมืองแห่งอนาคต การเดินทางที่ปราศจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผสานกับเทคโนโลยีระบบไร้คนขับเพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด วิธีนี้ช่วยให้เราสามารถขับเคลื่อนสังคมด้วยการเดินทางที่สะอาด ชาญฉลาด และยั่งยืน ทั้งนี้ VWCV กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการด้านการเดินทางแบบบูรณาการ และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติก็เป็นกุญแจสำคัญในการพลิกโฉมธุรกิจหลักของเรา

เฮนริก เฮนริกส์สัน ประธานและซีอีโอของสแกนเนีย กล่าวว่า เป้าหมายของสแกนเนีย คือการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเดินทางที่ยั่งยืน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและโครงส้รางพื้นฐานของยานยนต์อัตโนมัติและยานยนต์ไฟฟ้าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ในส่วนของการเดินทางของประชาชนนั้น การแชร์รถกันมากขึ้นถือว่ามีความสำคัญ และยานยนต์อัตโนมัติที่ทันสมัยจะช่วยให้การแชร์รถมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการอันทันสมัยในกาตาร์

มร.แมนซูร อัล-มาห์มาวด์ ซีอีโอของ QIA กล่าวว่า เพื่อความก้าวหน้าของเมืองต่างๆ เราจำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเทคโนโลยีการขนส่ง AI ปราศจากมลพิษจะช่วยพัฒนาการเดินทางในเมือง แก้ปัญหารถติด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

“เรารู้สึกภูมิใจที่คิวไอเอ ได้สร้างความร่วมมือกับโฟล์กสวาเกน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ากาตาร์จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ การพัฒนาโซลูชั่นการขนส่งอัจฉริยะจะช่วยพลิกโฉมอนาคตของการเดินทางในเมือง ทั้งในประเทศกาตาร์และทั่วโลก” มร.แมนซูร อัล-มาห์มาวด์กล่าว และว่า กลยุทธ์การลงทุนของ QIA เน้นไปที่การสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยความสามารถของ QIA ในการแสวงหาคุณค่าระยะยาวในบรรดาบริษัทชั้นนำระดับโลกถือเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ QIA จึงรักษาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับบริษัทต่างๆ และทุ่มลงทุนตามวิสัยทัศน์ของบริษัทเหล่านี้ โดย QIA เป็นนักลงทุนระยะยาวในโฟล์กสวาเกนกรุ๊ปและมีตัวแทนสองท่านอยู่ในคณะกรรมการกำกับดูแลของโฟล์กสวาเกน นอกจากนั้นยังเดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของโฟล์กสวาเกน รวมถึงการขยายธุรกิจและความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า