หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ซีพีเอฟ’ เคล...

‘ซีพีเอฟ’ เคลื่อนโครงการดูแลปากท้องเด็กและคนในชุมชน

23.12.19 | 16:20 น.

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทและมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ได้ดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน”  เข้าสู่ปีที่ 30 (ปี 2532 – 2562) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่มีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และแก้ปัญหาโภชนาการที่อาจจะไม่ได้มาตรฐานมากนักของเด็กและเยาวชนไทย  โดยมีบุคลากรของบริษัทติดตามดูแล ให้คำแนะนำด้านการเลี้ยงไก่ไข่ให้กับโรงเรียน ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการจัดการผลผลิตไข่ไก่สดแก่ครูและนักเรียน เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้บริโภคไข่ไก่อย่างเพียงพอ และโรงเรียนมีการดำเนินโครงการอย่างยั่งยืน ซึ่งการดำเนินโครงการต่างๆ บริษัทได้ยึดมั่นในค่านิยมองค์กร ที่ประธานอาวุโส นายธนินท์ เจียรวนนท์ ได้เน้นย้ำมาตลอดคือปรัชญาสามประโยชน์สู่ความยั่งยืน เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับตระหนักอยู่เสมอว่า ต้องทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท

ในปี 2562 บริษได้สนับสนุนงบประมาณให้มูลนิธิฯ ดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มอีก 46 โรงเรียน เป็นมูลค่ารวม 13 ล้านบาท โดยจะมีการส่งมอบให้ครบทุกโรงเรียนภายในเดือนพฤษภาคม 2563 ทำให้มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งซีพีเอฟติดตามดูแลทั้งสิ้น 824 โรงเรียนทั่วประเทศ สำหรับในปี 2563 ตั้งเป้ามอบเพิ่มอีก 50 แห่ง รวมทั้งยังมีแนวทางในการเข้าไปเพิ่มไก่ไข่ให้กับโรงเรียนหรือชุมชนที่ได้ส่งมอบให้ไปแล้ว หากประเมินแล้วว่าไก่ไข่ที่ให้ไปไม่เพียงพอ เนื่องจากมีเด็กหรือคนในชุมชนมีเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีโครงการดูแลคุณภาพชีวิตและอาหารของผู้สูงอายุ และสนับสนุนให้ผู้พิการมีงานทำเพิ่มมากขึ้นด้วยนายอดิเรกกล่าว

นายผจญ กุณา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดู่ (สหราษฎร์พัฒนาคาร) กล่าวว่า โรงเรียนบ้านดู่ฯ เป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีนักเรียน 750 คน เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งการส่งเสริมให้เด็กๆได้เรียนรู้ด้านการเกษตร เช่น การเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน โดยมีบุคลากรของซีพีเอฟช่วยถ่ายทอดความรู้และวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการจึงเป็นการวางพื้นฐานวิชาชีพให้ติดตัวไปใช้ในอนาคต โดยการเข้าร่วมโครงการนี้ โรงเรียนได้รับมอบไก่ไข่จากซีพีเอฟ 300 ตัว ทำให้มีผลผลิตไข่ไก่เพื่อมาทำอาหารกลางวันนักเรียนได้รับประทานอย่างทั่วถึง หรือหากมีผลผลิตไข่ไก่จำนวนมากก็สามารถนำไปจำหน่ายให้คุณคร ผู้ปกครองนักเรียนและคนในชุมชน ทำให้เด็กๆมีโอกาสเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการและการทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วย

นายอภัยชนม์ วัชรสินธุ์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนและเกษตรกรในชนบทห่างไกล ซึ่งโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อร่วมบรรเทาปัญหาขาดแคลนโปรตีน สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทั้งร่างกายและสติปัญญาของเยาวชน โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ มูลนิธิฯได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน รวมทั้ง ซีพีเอฟ ที่สนับสนุนโครงการฯ เป็นมูลค่ารวม 146 ล้านบาท ส่งผลให้โครงการประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง เยาวชนเข้าถึงอาหารที่มีประโยชน์ เป็นแหล่งอาหารมั่นคงของชุมชน ที่สำคัญ มีองค์ความรู้ให้ครูและนักเรียนสามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ เกิดกองทุนหมุนเวียน และเป็นแหล่งเรียนรู้อาชีพของคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

นายอภัยชนม์กล่าวว่า นอกจากกิจกรรมมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนแล้ว คณะผู้บริหารของซีพีเอฟและมูลนิธิฯ ยังได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคและเงินดำรงชีพให้แก่ผู้สูงอายุ ในโครงการกองทุนซีพีเอฟ คืนสุข ผู้สูงวัย และมอบสัญญาจ้างงานคนพิการ ภายใต้โครงการจ้างงานคนพิการในโรงเรียนที่ร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งซีพีเอฟได้ดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรด้านการศึกษา สร้างกำลังใจและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการให้ภูมิใจในคุณค่าของตัวเอง โดยปัจจุบัน ซีพีเอฟมีการจ้างงานคนพิการ จำนวน 424 คน ช่วยงานในโรงเรียนใน 240 โรงเรียนทั่วประเทศ

Advertisement