‘ศักดิ์สยาม’ สั่งเข้มปีใหม่ กำชับกรมทางหลวงเฝ้าระวังเส้นทางเสี่ยง

24.12.19 | 12:35 น.

‘ศักดิ์สยาม’ ย้ำให้กรมทางหลวงเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ในเส้นทางที่มีความเสี่ยงจะเกิดอันตรายจากอุบัติเหตุจำนวน 43 สายทาง 53 แห่งนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ แนะนำประชาชนให้แวะพักที่จุดบริการทางหลวง ให้พร้อมทั้งรถ ทั้งคน ก่อนเดินทางต่อ

เมื่อวันที่ 24 ธันวารม นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่าว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบาย เน้นย้ำเรื่องความพร้อมในการให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ทุกด้าน ต้องได้รับความสะดวก และปลอดภัย ในการเดินทาง โดยทั้งนี้หนึ่งในมาตรการของกรมทางหลวง ในการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงปีใหม่ 2563 ภายใต้สโลแกนของกระทรวงคมนาคม “ใส่ใจกำลังสาม เดินทางอุ่นใจ ปลอดภัยตลอดปีใหม่”

ทั้งนี้ กรมทางหลวงมีมาตรการด้านการป้องกันและรณรงค์ลดอุบัติเหตุ โดยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ เพื่อวางแผนป้องกันลดอุบัติเหตุแก้ไขจุดเสี่ยง / จุดอันตราย ปิดจุดกลับรถ / ทางร่วมทางแยกบูรณาการร่วมบริหารการจราจรบริเวณจุดตัดรถไฟ ซึ่งปีนี้มีจุดที่ต้องเฝ้าระวังจำนวน 43 สายทาง 53 แห่ง ดังนี้

1.จุดเสี่ยงที่เกิดจากขับเร็ว/มีกิจกรรม 2 ข้างทาง 19 สายทาง 24 แห่ง ได้แก่

1.ทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-ปากทางท่าลี่ กม.ต้น 25+000 กม.ท้าย 30+000 พื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ 2.ทางหลวงหมายเลข 11 อุโมงค์-กองบิน 41 กม.ต้น 550+000 กม.ท้าย 555+000 พื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ 3.ทางหลวงหมายเลข 11 ภาคเหนือ-ขุนตานกม.ต้น 475+000 กม.ท้าย 480+000 พื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ 4.ทางหลวงหมายเลข 1 พาน-สันทรายหลวง กม.ต้น 915+000 กม.ท้าย 920+000 พื้นที่จังหวัดเชียงราย 5.ทางหลวงหมายเลข 1021 แม่ต๋ำ-บ้านใหม่ กม.ต้น 15+000 กม.ท้าย 20+000 พื้นที่จังหวัดพะเยา

Advertisement

6.ทางหลวงหมายเลข 22 กุรุคุ-นครพนม กม.ต้น 235+000 กม.ท้าย 240+000 พื้นที่จังหวัดนครพนม 7.ทางหลวงหมายเลข 212 ย้อมพัฒนา-นาโพธิ์ กม.ต้น 420+000 กม.ท้าย 425+000 พื้นที่จังหวัดมุกดาหาร  8.ทางหลวงหมายเลข 12 กลางสะพานมิตรภาพที่แม่สอด (เขตแดนไทย/พม่า)-แม่ละเมา กม.ต้น 5+000 กม.ท้าย 10+000 พื้นที่จังหวัดตาก 9.ทางหลวงหมายเลข 2 โนนสะอาด-อุดรธานี กม.ต้น 440+000 กม.ท้าย 445+000 พื้นที่จังหวัดอุดรธานี 10.ทางหลวงหมายเลข 221 แยกการช่าง-เชิงบันไดเขาพระวิหาร กม.ต้น 60+000 กม.ท้าย 65+000 พื้นที่จังหวัดหลวงศรีสะเกษ

11.ทางหลวงหมายเลข 2 สระบุรี-ตาลเดี่ยว กม.ต้น 0+000 กม.ท้าย 5+000 พื้นที่จังหวัดสระบุรี 12. ทางหลวงหมายเลข 3188 ท่าเยี่ยม-ขอนหอมกม.ต้น 0+000 กม.ท้าย 5+000พื้นที่จังหวัดสระบุรี 13.ทางหลวงหมายเลข 321 ตอนแจง-สุพรรณบุรี กม.ต้น 100+000 กม.ท้าย 105+000 พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 14.ทางหลวงหมายเลข 305 ต่างระดับรังสิต-วัดนาบุญ กม.ต้น 0+000 กม.ท้าย 5+000 พื้นที่จังหวัดปทุมธานี 15.ทางหลวงหมายเลข 303 ราษฎร์บูรณะ-พระสมุทรเจดีย์ กม.ต้น 10+000 กม.ท้าย 20+000 พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ

16.ทางหลวงหมายเลข 35 แสมดำ-สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนฝั่ง-นาโคก กม.ต้น 25+000 กม.ท้าย 35+000 พื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร 17.ทางหลวงหมายเลข 3091 อ้อมน้อย-สมุทรสาคร กม.ต้น 15+000 กม.ท้าย20+000พื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร 18.ทางหลวงหมายเลข 4 สระพระ-ห้วยทรายใต้ กม.ต้น 200+000 กม.ท้าย 205+000 พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี 19.หลวงหมายเลข 4 คลองจีจาง-หลุมดิน กม.ต้น 95+000 กม.ท้าย 100+000 พื้นที่จังหวัดราชบุรี 20.ทางหลวงหมายเลข 35 นาโคก-แพรกหนามแดง กม.ต้น 60+000 กม.ท้าย 65+000 พื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม

21.ทางหลวงหมายเลข 41 สวนสมบูรณ์-เกาะมุกข์ กม.ต้น 110+000 กม.ท้าย 115+000 พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 22.ทางหลวงหมายเลข 4 ตลาดเก่า-คลองท่อม กม.ต้น 975+000 กม.ท้าย 980+000 พื้นที่จังหวัดกระบี่ 23.ทางหลวงหมายเลข 402 หมากปรก-เมืองภูเก็ตกม.ต้น 30+000 กม.ท้าย 35+000 พื้นที่จังหวัดภูเก็ต และ 24.ทางหลวงหมายเลข 43 นาหม่อม-จะนะ กม.ต้น 20+000 กม.ท้าย 30+000 พื้นที่จังหวัดสงขลา

2.จุดเสี่ยงที่เกิดจากขับเร็วทางโค้ง 6 สายทาง 6 แห่ง ได้แก่

1.ทางหลวงหมายเลข 101 หนองห้า-สวนป่า กม.ต้น 270+000 กม.ท้าย 275+000 พื้นที่จังหวัดแพร่ 2.ทางหลวงหมายเลข 1090 แม่สอด-ห้วยน้ำริน กม.ต้น 30+000 กม.ท้าย 35+000 พื้นที่จังหวัดตาก 3.ทางหลวงหมายเลข 2 มวกเหล็ก-บ่อทอง กม.ต้น 50+000 กม.ท้าย 55+000 พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 4.หมายเลขทางหลวง 340 สุพรรณบุรี-ศรีประจันต์ กม.ต้น 90+000 กม.ท้าย 95+000 พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 5.ทางหลวงหมายเลข 41 ควบคุม เกาะมุกข์-ควนรา กม.ต้น 130+000 กม.ท้าย 135+000 พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช) และ 6. ทางหลวงหมายเลข 406 ปากจ่า-ค่ายรวมมิตร กม.ต้น 35+000 กม.ท้าย 40+000 พื้นที่จังหวัดสตูล

3.เตือนข้ามฝั่ง (เกาะสี) 5 สายทาง 5 แห่ง

1.ทางหลวงหมายเลข105 แม่สอด-ห้วยบง กม.ต้น 5+000 กม.ท้าย 10+000 พื้นที่ จังหวัดตาก 2.ทางหลวงหมายเลข 208 ท่าพระ-หนองสระพัง กม.ต้น 0+000 กม.ท้าย 5+000 พื้นที่จังหวัดขอนแก่น 3.ทางหลวงหมายเลข 206 ตลาดแค-วังหิน กม.ต้น 5+000 กม.ท้าย 10+000 พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 4.ทางหลวงหมายเลข 3263 อยุธยา-ไผ่กองดิน กม.ต้น 5+000 กม.ท้าย 10+000 พื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ 5.ทางหลวงหมายเลข 4034 ปากน้ำกระบี่-เขาทอง กม.ต้น 5+000 กม.ท้าย 10+000 พื้นที่จังหวัดกระบี่

3.จุดเสี่ยงที่เกิดจากโค้งลาดชัน 8 สายทาง 9 แห่ง

1.ทางหลวงหมายเลข 1095 กิ่วคอหมา-แม่นะ กม.ต้น 75+000 กม.ท้าย 80+000 พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  2.ทางหลวงหมายเลข 1020 โป่งเกลือ-บ้านปล้อง กม.ต้น 35+000 กม.ท้าย 40+000 พื้นที่จังหวัดเชียงราย 3.ทางหลวงหมายเลข 11 ปางเคาะ-ปางมะโอ กม.ต้น 415+000 กม.ท้าย 420+000 พื้นที่จังหวัดแพร่ 4.ทางหลวงหมายเลข 213 สร้างค้อ-สกลนคร กม.ต้น 155+000 กม.ท้าย 160+000 พื้นที่จังหวัดสกลนคร
5.ทางหลวงหมายเลข 11 บึงหลัก-หนองน้ำเขียว กม.ต้น 350+000 กม.ท้าย 355+000 พื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์

6.ทางหลวงหมายเลข 21 หนองบง-ภูสวรรค์ กม.ต้น385+000 กม.ท้าย 390+000 พื้นที่จังหวัดเลย 7.ทางหลวงหมายเลข 4 ตรัง-เขาพับผ้า กม.ต้น 1120+000 กม.ท้าย 1125+000 พื้นที่จังหวัดตรัง 8.ทางหลวงหมายเลข 4028 ห้าแยกฉลอง-กะรน กม.ต้น 0+000 กม.ท้าย 5+000 พื้นที่จังหวัดภูเก็ต และ
9.ทางหลวงหมายเลข 4029 กะทู้-ป่าตอง กม.ต้น 0+000 กม.ท้าย 5+000 พื้นที่จังหวัดภูเก็ต

4. จุดเสี่ยงที่เกิดจากหลับใน 5 สายทาง 9 แห่ง

1.ทางหลวงหมายเลข 1 วังม่วง-แม่เชียงรายบน กม.ต้น 536+000 กม.ท้าย 541+000 พื้นที่จังหวัดตาก 2.ทางหลวงหมายเลข 340 สาลี-สุพรรณบุรี กม.ต้น 49+500 กม.ท้าย 51+500 พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 3.ทางหลวงหมายเลข 1 ประตูพระอินทร์-หนองแค กม.ต้น 70+000 กม.ท้าย 73+000 พื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 4.ทางหลวงหมายเลข 4 วังยาว-หนองหมู กม.ต้น 265+000 กม.ท้าย 269+000 พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5.ทางหลวงหมายเลข 4 หนองหมู-ห้วยยาง กม.ต้น 298+000 กม.ท้าย 303+000 พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

6.ทางหลวงหมายเลข 37 วังโบสถ์-ปราณบุรี กม.ต้น 33+500 กม.ท้าย 35+500 พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 7.ทางหลวงหมายเลข 4 นาโหนด-ห้วยทราย กม.ต้น 1191 + 500 กม.ท้าย 1193+ พื้นที่จังหวัดพัทลุง 8.ทางหลวงหมายเลข 4 ห้วยทราย-พรุพ้อ กม.ต้น 1216+5000 กม.ท้าย 1218 +500 พื้นที่จังหวัดพัทลุง และ 9.ทางหลวงหมายเลข 7 บางปะกง-หนองรี กม.ต้น 51+500 กม.ท้าย 53+500 ถนนมอเตอร์เวย์หมายเลข 7

นายสราวุธกล่าวว่า ในจุดที่ต้องเฝ้าระวังจำนวน 43 สายทาง 53 แห่งนี้ กรมทางหลวงได้ดำเนินการแก้ไขและป้องกันจุดเสียงต่างๆ ทั้งติดตั้งป้ายเตือนป้ายแนะนำติดตั้งแบริเออร์น้ำและกรวยยาง ช่วงทางโค้ง หรือจุดที่มีความเสี่ยง จัดเตรียมเจ้าหน้าที่และรถสำหรับตรวจสอบจุดเฝ้าระวัง บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมความเร็วจุดเฝ้าระวัง โดยกรมทางหลวงแนะนำให้พักที่จุดบริการกรมทางหลวงที่ตั้งอยู่บนสายทางเนื่องจากมีความพร้อมในการรองรับทั้งที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก เครื่องดื่ม รวมถึงข้อแนะนำต่างๆ

ทั้งนี้ ควรหยุดพักทุก 2 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางศึกษาเส้นทางก่อนการออกเดินทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารแต่พอดี รวมทั้งหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่สำคัญขอให้เคารพกฎจราจร กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากมีปัญหาในการเดินทาง โทรสอบถามได้ที่สายด่วน กรมทางหลวง 1586 โทรฟรี 24 ชม.