หน้าแรก เศรษฐกิจ สศอ.หวังสงครา...

สศอ.หวังสงครามการค้าผ่อนคลาย หนุนเอ็มพีไอปี63 โต2-3%

25.12.19 | 18:01 น.

สศอ.หวังสงครามการค้าผ่อนคลาย หนุนเอ็มพีไอปี63 โต2-3%

นายทองชัย ชวลิตพิเชษฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.คาดการณ์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) ปี 2563 อยู่ที่ 2-3% ขณะที่ปี 2562 ถึงตอนนี้คาดว่าทั้งปีคาดติดลบ 3.6% ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวม(จีดีพี) การผลิตภาคอุตสาหกรรมปี 2563 คาดอยู่ที่ 1.5-2.5% จากปี 2562 คาดติดลบ 1.2% ประเมินแนวโน้มการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะกลับมาดีขึ้นหลังไตรมาส 2 ของปี 2563 เพราะคาดว่าสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่มีกำหนดการเจรจากันในเดือนมกราคมนี้ จะสามารถหาข้อยุติได้ ทำให้สถานการณ์ผ่อนคลายลงเป็นปัจจัยบวกให้ภาพรวมเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น

นายทองชัยกล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่เริ่มทรงตัว ประกอบกับมีสัญญาณการลงทุนจากข้อมูลจำนวนเงินลงทุนในกิจการใหม่และขยายกิจการของกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) ช่วงเดือนมกราคม -24 ธันวาคม 2562 มีมูลค่า 471,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 366,802 ล้านบาท เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต นอกจากนี้ สศอ.ได้รับการจัดสรรงบบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต 1,200 ล้านบาท เน้นพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อาหารแห่งอนาคต ดิจิตอล หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรม/บริการทางการแพทย์ ซึ่งงบประมาณนี้จะสนับสนุนอุตสาหกรรม ให้มีการผลิตเต็มศักยภาพ เป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

นายทองชัยกล่าวว่า เอ็มพีไอเดือนพฤศจิกายน 2562 อยู่ที่ระดับ 96.77 ติดลบ 8.27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 105.49 หดตัวมากที่สุดติดต่อกัน 7 เดือน เนื่องจากผลกระทบจากสงครามการค้า ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง จีดีพีของประเทศคู่ค้าของไทยช่วงไตรมาส 3 ชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสหรัฐ ยุโรป และจีน สำหรับสถิติเอ็มพีไอ 11 เดือนของปีนี้(มกราคม-พฤศจิกายน 2562) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 101.87 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.6% คาดว่าในเดือนธันวาคมการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะติดลบ 7% เป็นอัตราที่ใกล้เคียงอยู่ในระดับเดียวกับเดือนพฤศจิกายน ทำให้เอ็มพีไอปีนี้คาดการณ์ติดลบ 3.6% จากที่ผ่านมาคาดว่าจะเติบโต 0-1% และหากเดือนสุดท้ายไม่เป็นไปตามความคาดหมายเอ็มพีไอทั้งปีก็อาจติดลบ 3.8%

นายทองชัย กล่าวว่า จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยอยู่ที่ 63.17% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 63% ประกอบกับผลจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นน้ำมัน 2 โรง โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่อยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตรองรับความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวในปีหน้า 4.5 แสนบาร์เรลต่อวัน และเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

Advertisement