นางอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ 4 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2559-2560 วงเงิน 4.55 หมื่นล้านบาท เช่น มาตรการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้กับชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ วงเงิน 3.7 หมื่นล้านบาท เงินจะเริ่มเข้าระบบตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป และมาตรการพักชำระหนี้ให้ชาวนาที่เป็นลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ระยะเวลา 2 ปี และลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ชาวนา 3% เป็นต้น จะส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการสินเชื่อเช่าซื้อที่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับล่างจากก่อนหน้านี้ กลุ่มลูกค้าได้รับผลกระทบเศรษฐกิจฟื้นล่าช้า และกำลังซื้อลดลงจากภัยแล้งและภาระหนี้ครัวเรือนสูง
นางอุษณีย์กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าบริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) จะได้รับผลบวกสูงสุดในฐานผู้ประกอบการที่ให้สินเชื่อรถจักรกลการเกษตร โดยเฉพาะรถเกี่ยวนวดข้าว ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในประเทศ ส่วนบริษัทที่จะได้อานิสงค์รองลงมาคือบริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)ผู้ให้บริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ และบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะจับกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัดเป็นหลัก ส่วนบริษัท เอส 11 กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ได้รับผลบวกเช้นกัน เนื่องจากมีสัดส่วนลูกค้า 30% อยู่ในต่างจังหวัด

