หน้าแรก เศรษฐกิจ ก.อุตฯปลื้มเอ...

ก.อุตฯปลื้มเอสเอ็มอีแห่ขอสินเชื่อ3,000ล้านบาท “สุริยะ”สั่งช่วยธุรกิจส่อหลุดเทรนด์โลก

27.12.19 | 06:36 น.

ก.อุตฯปลื้มเอสเอ็มอีแห่ขอสินเชื่อดอก1%ใกล้ครบ 3,000 ล้านบาท ปี63มุ่งช่วยธุรกิจส่อหลุดเทรนด์โลก เตรียมอัด 22 โครงการช่วยทั้งปี

น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปล่อยสินเชื่อของโครงการสินเชื่อ SME โตไว ไทยยั่งยืน วงเงิน 3,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1% ภายใต้กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ว่า ภายหลังกองทุนดังกล่าวเริ่มปล่อยสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เปิดให้ยื่นคำขอต่อไปจนถึง สิ้นเดือนมกราคม 2563 หรือจนกว่าวงเงินจะหมด ล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 23 ธันวาคม มีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ได้รับการอนุมัติสินเชื่อฯไปแล้ว 31 ราย วงเงิน 82.10 ล้านบาท และยังมีคำขอสินเชื่อฯ อีก 700 ราย วงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท ที่กำลังทยอยเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองของคณะอนุกรรมการ ทั้งนี้ จังหวัดที่มีการยื่นคำขอสินเชื่อมากที่สุด 7 อันดับแรก ได้แก่ กทม. สมุทรปราการ สงขลา สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม และภูเก็ต และคาดว่าจากขั้นตอนอนุมัติจะสามารถปล่อยสินเชื่อวงเงินรวม 3,000 ล้านบาทได้หมดภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563

“สินเชื่อดังกล่าวจะเป็นเงินทุนให้เอสเอ็มอีลุยธุรกิจใน 2563 ขณะเดียวกัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังสั่งการให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการข้อมูลเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างเต็มรูปแบบภายในปีหน้า ผ่านความช่วยเหลือเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน ทั้งการพัฒนาต่อยอดให้เติบโต เข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ การทรานฟอร์มให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการช่วยเหลือสินค้าที่เสี่ยงตกเทรนด์ ไม่ได้รับความนิยม ให้กลับมาประกอบธุรกิจอย่างเข้มแข็งได้”น.ส.สุชาดากล่าว

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม(กสอ.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบ ร่าง พ.รบ. กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐ พ.ศ…. และมอบหมายให้สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ และฝ่ายกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย 2562 เพื่อเสนอกฎหมายดังกล่าวต่อไป และคณะกรรมการบริหารกองทุน ฯ ยังได้มีมติเห็นชอบโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี ปี 2563 แล้ว 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการสู่อุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 21 2.โครงการพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาหารภาคตะวันออกสู่อุตสาหกรรม 4.0

Advertisement

นายกอบชัยกล่าวว่า 3.โครงการยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอี อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีการแปรรูป 4.โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน และ5.โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการนำประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การพัฒนาสถานประกอบการ เพื่อให้การส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอีอย่างครบทุกมิติ ทั้งในเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม และให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้าน บีซีจี(ไบโอ-เซอร์คูล่า-กรีน อีโคโนมี) โดยอัดงบประมาณกว่า 52 ล้านบาทเพื่อดำเนินโครงการ และคาดว่าจะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 150 ล้านบาท

“โครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอีนั้น ถือเป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้อย่างตรงเป้า ทั้งยังช่วยเสริมศักยภาพให้เอสเอ็มอี สามารถต่อยอดแนวคิดในการทำผลิตภัณฑ์เพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งทั้ง 5 โครงการฯ ของปี 2563 คาดว่าจะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 150 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างเร่งพิจารณาอนุมัติโครงการฯ เพิ่มเติม อีก 17 โครงการ วงเงินรวม 143.35 ล้านบาท จะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มอีกหลายร้อยล้านบาทแน่นอน”นายกอบชัยกล่าว