ก.อุตโชว์ตั้งรง.ปี62พุ่ง4.78แสนล้านบ. อุตเป้าหมาย-อีอีซีคึกคัก แจงรายย่อยลดรับพ.ร.บ.โรงงานบังคับใช้ แย้มปิดโรงงานเพิ่มเล็กน้อย ลั่นปี63อำนวยความสะดวกลงทุน อัพเกรดการผลิตรับศก.โลกผันผวน
น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.)ถึงตัวเลขขอใบอนุญาตประกอบกิจการผ(ร.ง.4) และขยายกิจการตลอดปีนี้(มกราคม – ธันวาคม 2562) พบว่า มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 4,337 โรงงาน ลดลง 16.64 % จากช่วงเดียวกันในปี 2561 ขณะที่มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 4.78 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.6% จำนวนนี้แบ่งเป็นการเปิดกิจการใหม่จำนวน 3,229 โรงงาน ลดลง 23.62% มูลค่าการลงทุน 2.98 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.44 % ขณะที่การขยายกิจการมีจำนวน 1,108 โรงงาน เพิ่มขึ้น 13.64% ขณะที่มูลค่าการลงทุน 1.79 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.58% จากช่วงเดียวกันปี 2561 อยู่ที่ 1.34 แสนล้านบาท
“จะพบว่าตัวเลขมูลค่าลงทุนโรงงานอุตสาหกรรมมากถึง 4.78 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 30.6% ขณะที่จำนวนโรงงานลดลง แสดงให้เห็นว่าประเภทโรงงานขนาดใหญ่มากขึ้น ประกอบกับที่ผ่านมา พ.ร.บ.โรงงาน 2562 เพิ่งบังคับใช้ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งสาระหลักของพ.ร.บ.โรงงานที่มีขนาดเล็กมาก ต่ำกว่า 50 แรงม้า แรงงานไม่ถึง 50 คนไม่ต้องมาขอร.ง.4 ทำให้จำนวนโรงงานลดลงตามปกติ”น.ส.สุชาดากล่าว
น.ส.สุชาดากล่าวว่า ล่าสุดทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและพื้นที่อีอีซีเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นตอบรับนโยบายรัฐบาล โดยการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย(เอสเคิร์ฟ)ตั้งแต่มกราคม-ธันวาคม 2562 มีการขอการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4 และขยายกิจการ จำนวน 1,206 โรงงาน ลดลง 14.77% มูลค่าการลงทุน 1.41 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.63 % โดย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใหม่มีจำนวนเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุด 5 อันดับแรก ตั้ง ได้แก่ อุตฯแปรรูปอาหาร อุตฯอิเล็กทรอนิกส์ อุตฯยานยนต์ อุตฯหุ่นยนต์และแขนกล อุตฯเกษตรเทคโนชีวภาพ ขณะที่การลงทุนในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) มีจำนวน 548 โรงงาน ลดลง 9.42% มูลค่าการลงทุน 1.11 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.67% แบ่งเป็น จ.ชลบุรี 275 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 5.56 หมื่นล้านบาท จ.ระยอง 155 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 3.83 หมื่นล้านบาท และ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 118 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 1.74 หมื่นล้านบาท
น.ส.สุชาดากล่าวว่า การยื่นขอปิดกิจการปีนี้ มีจำนวน 1,707 โรงงาน ลดลง 14.69 % มูลค่าการลงทุน 5.64 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.66% จำนวนคิดเป็นแรงงานจำนวน 4.37 พันคน เพิ่มขึ้น 5.04 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 4.16 พันคน ถือว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการดูแลแรงงานเหล่านี้เช่นกัน

น.ส.สุชาดากล่าวว่า สำหรับมาตรการดูแลการลงทุนภาคอุตสาหกรรมปี 2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เน้นย้ำให้กระทรวงอุตสาหกรรมอํานวยความสะดวกนักลงทุน เน้นการกํากับดูแล โรงงานขนาดกลางและขนาดใหญ่ ลดภาระให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กประกอบกิจการง่ายขึ้น อาทิ ยกเลิกการต่อใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน(ร.ง.4) ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการอนุญาต ขึ้นทะเบียน แจ้งและรายงานข้อมูล รวมทั้งออกมาตรการไม่ให้โรงงานสร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อม กํากับ ดูแล สิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้นตามกฎหมาย ผ่านระบบออนไลน์ มอนิเตอริ่ง
“นอกจากนี้ นายสุริยะ ยังเน้นย้ำให้กรอ.เร่งอัพเกรดโรงงานอุตสาหกรรม ให้รับมือเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนด้วยการส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรม ไอโอที และระบบออโตเมชั่น เข้ามาใช้งานในโรงงานตามแนวทางอุตสาหกรรม 4.0 และจัดทําระบบข้อมูลขนาดใหญ่ในภาคอุตสาหกรรม หรือ บิ๊กดาต้า สําหรับการวิเคราะห์ข้อมูลในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการนําแนวทางบีซีจี หรือ ไบโอ-เซอร์คูลาร์-กรีน อีโคโนมี เข้ามายกระดับการกํากับดูและให้มีมาตรฐาน และพัฒนาเครื่องมือในการกํากับเป็นระบบดิจิทัล โดยหลังเปิดปีใหม่ให้เร่งดำเนินการทันที”น.ส.สุชาดากล่าว

