หน้าแรก เศรษฐกิจ กฎหมายธุรกิจ ...

กฎหมายธุรกิจ : กัญชง เชิงพาณิชย์ ผลิตเป็น ยา อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ปลูกได้ครัวเรือนละ 1 ไร่

27.12.19 | 21:17 น.

กัญชง เชิงพาณิชย์ ผลิตเป็น ยา อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ปลูกได้ครัวเรือนละ 1 ไร่ 

กฎกระทรวงเรื่องกัญชง โดยเฉพาะ ที่ปรากฏเป็นรูปร่างแล้วกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางจากกระทรวงสาธารณสุขไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อให้อนุมัติในหลักการก่อนส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา และส่งย้อนกลับมาให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติเป็นครั้งสุดท้ายอีกครั้ง ก่อนประกาศเป็นกฎหมายประมาณกลางปี 2563 อนุญาตให้ประชาชนปลูกกัญชงเพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือนได้ ไม่เกินครัวเรือนละ 1 ไร่

กฎกระทรวงกัญชง เป็นคนละฉบับกับ กฎกระทรวงกัญชา

มีร่างกฎกระทรวงอยู่ 2 ฉบับ ที่จะออกภายใต้พ.ร.บ.กัญชา ในปีหน้า ฉบับหนึ่งเดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ได้แก่กฎกระทรวงเรื่องกัญชา คณะกรรมการกฤษฎีกากำลังพิจารณาอยู่

อีกฉบับหนึ่งคือ กฎกระทรวงกัญชง แยกออกต่างหากจาก กัญชา กฎกระทรวงกัญชง นี้ ทางการให้ความสำคัญมากกว่ากฎกระทรวงกัญชาเสียอีก เพราะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่า และเป็นน้องใหม่มาแรงอาจแซงรุ่นพี่ ประกาศใช้เป็นกฎหมายก่อนกฎกระทรวงกัญชา

ทั้งนี้เนื่องจากกฎกระทรวงกัญชาจะจำกัดอยู่เฉพาะกัญชาทางการแพทย์ ที่ประชาชนและบริษัทเอกชนโดยทั่วไปมีส่วนร่วมได้จำกัด และมีหลักเกณฑ์การควบคุมที่เข้มงวดกว่า

Advertisement

ผลิตภัณฑ์กัญชง เพื่อจำหน่ายและส่งออก

การผลิตและจำหน่าย ตลอดจน การส่งอออก ผลิตภัณฑ์กัญชง ในรูปของ วัตถุดิบเพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมหรือในรูปของสินค้าอุปโภคบริโภคสำเร็จรูป ที่เป็น ยา อาหาร เครื่องดื่ม และ เครื่องสำอาง ไม่ใช่ความฝันหรือความปรารถนาลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป

กฎกระทรวงกัญชง กำหนดให้ประชาชนทั่วประเทศขอใบอนุญาตปลูกกัญชงได้จำนวนมากเพื่อนำออกขายให้กับบริษัทเอกชนผู้ได้รับอนุญาต สร้างรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว หรือเพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือนอื่น ๆ

และยังเปิดทางให้บริษัทเอกชนในวงกว้างขอใบอนุญาต ปลูกกัญชงได้เช่นกัน เพื่อนำไปผลิต ยา อาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่งผลิตเมล็ดพันธุ์รับรองเพื่อการขยายพันธุ์โดยมีวัตถุประสงค์แจ้งชัดที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงว่า ให้ผลิตกัญชง สำหรับ ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรม เพื่อจำหน่ายในประเทศ และเพื่อการส่งออก

ใบอนุญาต 8 ประเภท

ใบอนุญาตกัญชง ที่จะออกโดยคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. มีอยู่ 8 ประเภทด้วยกันส่วนใหญ่ เป็นใบอนุญาตเพื่อผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก และครอบครอง เพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย

รวมทั้ง ใบอนุญาตเพื่อผลิต สำหรับใช้ประโยชน์ในครัวเรือน ใบอนุญาตเพื่อสำหรับใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม ใบอนุญาตเพื่อผลิตสำหรับการศึกษาวิจัย ใบอนุญาตครอบครองเพื่อศึกษาวิจัย ใบอนุญาตเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์รับรองหรือส่วนขยายพันธุ์อื่น เช่นลำต้นสด

ใครที่มีใบอนุญาตผลิตแล้วก็ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตจำหน่าย

ใครไม่มีใบอนุญาตผลิตก็ต้องขอใบอนุญาตจำหน่าย ต่างหาก เช่น ใบอนุญาตจำหน่ายเมล็ดพันธุ์รับรองหรือส่วนขยายพันธุ์อื่น เพื่อการใช้ประโยชน์ในการผลิต ผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง

สำหรับบริษัทเอกชนที่มีใบอนุญาตผลิตเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม ก็จะไม่สามารถขอใบอนุญาตผลิตเมล็ดพันธุ์รับรองสำหรับการเพาะปลูกได้ ต้องแบ่งให้บริษัทอื่น หรือชาวบ้านผลิตแทน

นอกจากนี้ก็ยังมีใบอนุญาตนำเข้า และส่งออกผลิตภัณฑ์กัญชง และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตด้วย

วิโรจน์ พูนสุวรรณ

ผลิตกัญชงโดยการปลูก ต้องมีสิทธิ์ในที่ดิน

ถ้าท่านต้องการขอใบอนุญาตผลิตกัญชง โดยการปลูก ท่านก็สามารถทำได้ ทั้งท่านที่เป็นบุคคลธรรมดา และเป็นนิติบุคคล โดยท่านต้องมีสัญชาติไทย ท่านสามารถมีกรรมการและผู้ถือหุ้นต่างชาติได้แต่ห้ามเกินหนึ่งในสาม เหมือนธุรกิจกัญชา เช่นกัน

ท่านต้องแสดงสำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ในที่ดินด้วย หรือหนังสือแสดงสิทธิครอบครองในที่ดินก็เพียงพอ เพื่อแสดงว่าท่านมีสิทธิ์ในสถานที่ผลิต หนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์ในที่ดินจากหน่วยงานราชการ หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่าหรือผู้ให้ใช้ที่ดิน ในกรณีสัญญาเช่าที่ดิน หรือสิทธิ์ภาระจำยอม ก็ใช้ได้ทั้งนั้น

เพื่อการควบคุมที่เข้มงวดท่านยังต้องแสดงแผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่เพาะปลูกและเส้นทางการเข้าถึงสถานที่เพาะปลูก ระบุพิกัด ขนาดของพื้นที่ และสถานที่ใกล้เคียง

ท่านที่อยู่ในกรุงเทพ ยื่นขอใบอนุญาตได้ที่ อย. แต่ท่านที่อยู่ต่างจังหวัดยื่นขอที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดก็ได้ ทางการจะส่งคำขอของท่านให้อย.พิจารณาอีกทีหนึ่ง

แต่ใบอนุญาตนำเข้า ส่งออก ต้องยื่นขอที่อย.เสมอ

การควบคุมระดับสารเสพติดในกัญชง

ภาครัฐฝากความหวังทางเศรษฐกิจไว้กับกัญชง มากกว่า กัญชา เพราะมีสารซีบีดี ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพสูงและมีสารเสพติดทีเอชซีที่มีผลต่อจิตประสาทผสมอยู่น้อยมาก

กัญชงที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกได้ จะต้องผ่านการตรวจสอบทางเคมีชีวภาพจากทางการแล้วว่ามีทีเอชซีไม่เกินระดับที่กำหนด เช่นถ้าเป็นประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องไม่เกินร้อยละ 0.3 โดยน้ำหนัก ประเทศไทยยังไม่กำหนดจำนวน ซึ่งหลังจากกำหนดจำนวนแล้ว ถ้ากัญชงที่จะปลูกมีทีเอชซีเกินปริมาณที่กำหนดไว้ ก็ต้องเผาทำลายกัญชงนั้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ห้ามเคลื่อนย้ายไปไหน และห้ามนำไปใช้ประโยชน์อื่น

การขนส่งกัญชง จุดล่อแหลม

นอกจากนี้การขนส่ง การจัดเก็บ การใช้ การจำหน่าย การสูญหาย ทำลาย ก็ต้องมีบัญชีรายงานและการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด และต้องมีสำเนาใบอนุญาตการขนส่งไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเบอร์โทรศัพท์ทางการไว้ตรวจสอบออนไลน์ 24 ชั่วโมงป้องกันใบอนุญาตปลอม มิฉะนั้นรถที่ขนส่งอาจถูกจับระหว่างทางได้

โดยกัญชงเชิงพาณิชย์ตามกฎกระทรวงยังเป็นยาเสพติดอยู่แต่ได้รับอนุญาตให้ผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ที่ถูกกฎหมายได้ ตามอย่างประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และแคนาดา และผู้ได้รับใบอนุญาตกัญชง ก็ต้องขอใบอนุญาตตามกฎหมาย ยา อาหาร เครื่องดื่ม และ เครื่องสำอางต่างหากตามปกติด้วย

วิโรจน์ พูนสุวรรณ เป็นที่ปรึกษากฎหมายอาวุโส และหัวหน้าโครงการพิเศษ สำนักกฎหมายบลูเมนทอล ริชเตอร์ แอนด์สุเมธ ติดต่อได้ที่ [email protected]