“แอสเสท เวิรด์ฯ” ทุ่ม 2.6 หมื่นล.ซื้อกิจการโรงแรมเสริมแกร่ง

2.01.20 | 15:02 น.

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่ดีกว่า ในการสร้างให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ระดับโลกอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จึงเดินหน้าซื้อกิจการที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์กลุ่มที่ 3 ของบริษัทฯ ตามสัญญาซื้อขายหุ้นปี 2562 ซึ่งประกอบด้วย โรงแรมในระดับขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่เปิดดำเนินการแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์, โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพ สาทร, โรงแรมภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ในยางบีช และโรงแรมหัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา และโรงแรมรวมทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์มิกซ์ยูส ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงหรือพัฒนา รวมอีก 8 แห่ง ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 26,229 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพและความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ ซึ่งจะสร้างผลประกอบการอย่างก้าวกระโดดภายใน 5 ปี
นางวัลลภากล่าวว่า สำหรับโรงแรมสินทรัพย์กลุ่มที่ 3 ของบริษัทฯ ที่เปิดดำเนินการแล้ว มีความโดดเด่นทั้งในแง่ของศักยภาพการดำเนินงานและที่ตั้ง โดยโรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ เป็นโรงแรมในระดับ Upper Upscale ที่มีห้องพัก 303 ห้องโดยเป็นโรงแรมแมริออทแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่มีทั้งห้องโรงแรมและรูปแบบห้องแนวใหม่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันพร้อมตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่มคณะ ครอบครัว หรือนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าพักในระยะยาวด้วยดัชนีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักทั้งหมดเมื่อเทียบกับโรงแรมในระดับเดียวกัน (RevPAR Index) สำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2562 สูงถึง 149.4% ในขณะที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพ สาทร เป็นโรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยวและนักเดินทางเพื่อธุรกิจในใจกลางย่านสาทรและสีลม ที่มีห้องพักจำนวน 184 ห้อง ขณะที่โรงแรมภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ในยางบีช เป็นรีสอร์ทริมหาด ที่มีบรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ด้วยห้องพักและพูลวิลล่าจำนวน 180 ห้อง อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานยอดนิยม และมีดัชนีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักทั้งหมดเมื่อเทียบกับโรงแรมในระดับเดียวกัน (RevPAR Index) สำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2562 สูงถึง 145.2% ส่วนโรงแรมหัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา ที่โดดเด่นด้วยห้องพักแบบทันสมัยจำนวน 322 ห้อง พร้อมด้วยสระว่ายน้ำจำนวน 5 สระ และสระว่ายน้ำแบบ loop pool และมีดัชนีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักทั้งหมดเมื่อเทียบกับโรงแรมในระดับเดียวกัน (RevPAR Index) สำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2562 สูงถึง 171.6%
นางวัลลภากล่าวว่า นอกจากนี้โรงแรมทรัพย์สินกลุ่ม 3 ยังประกอบไปด้วยโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์มิกซ์ยูส (Mixed-Use Properties) ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงหรือพัฒนา อีก 8 แห่ง จำนวนห้องพักรวมกว่า 2,500 ห้อง เช่น AWC CENTER PATTAYA โครงการมิกซ์ยูสระดับเมกะโปรเจคใหม่ใจกลางเมืองพัทยา ประกอบด้วย โรงแรมเจดับบลิว แมริออท เดอะ พัทยา บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา และ โรงแรม พัทยา แมริออท มาร์คีส์ ที่มีห้องพักรวม 1,298 ห้อง โรงแรมบันยัน ทรี จอมเทียน พัทยา รีสอร์ทระดับ Luxury ริมหาดจอมเทียนที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองทั้งจากรุงเทพฯ และเมืองหลักโดยรอบ ที่จะมีห้องพักและวิลล่ารวม 150 ห้อง และโครงการที่จะพัฒนาในอนาคตต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งการเข้าซื้อกิจการที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินกลุ่ม 3 จะทำให้แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น เป็นเจ้าของโรงแรมรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในโรงแรมระดับ Midscale ขึ้นไป และเมื่อการพัฒนาโครงการทั้งหมดแล้วเสร็จ แอสเสท เวิรด์ฯ จะมีโรงแรมที่เปิดให้บริการทั้งสิ้น 27 แห่ง และมีจำนวนห้องพักมากกว่า 8,500 ห้อง ที่บริหารงานโดยเชนโรงแรมชั้นนำ คือ Marriott International Inc., ฮิลตัน, บันยันทรี, มีเลีย, ไอเอชจี และโอกุระ พร้อมด้วยเครือข่ายสมาชิก Loyalty Program มากกว่า 290 ล้านสมาชิก