นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สศค.จัดทำโครงสร้างด้านการเงิน 2 คณะเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย คณะกรรมการที่ปรึกษานโยบายเสถียรภาพการเงิน และคณะกรรมการการเงินเพื่อการพัฒนา โดยอยู่ระหว่างหารือกับนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อนำเสนอต่อครม. โดยคณะกรรมการที่ปรึกษาเสถียรภาพทางการเงินจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่า ธปท. เป็นประธานร่วม เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาเรื่องเสถียรภาพการเงิน และมีกรรมการจาก ตลาดการเงิน ตลาดประกันภัย สหกรณ์ ตลาดหุ้น ซึ่งคณะกรรมการมีหน้าที่พูดคุยว่าทำอย่างไรไม่ให้ภาคการเงินสร้างปัญหาหาต่อเศรษฐกิจของประเทศ
นายลวรณกล่าวต่อว่า ในเรื่องค่าเงินบาทน่าจะนำมาหารือในคณะกรรมการที่ปรึกษานโยบายเสถียรภาพการเงิน เพื่อดูว่ามีแนวทางไหนบ้างควรดูแลค่าเงินบาทของไทยให้มีเสถียรภาพในระยะยาว หลังจากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำผลหารือไปดูว่าจะนำไปปฏิบัติได้หรือไม่อย่างไร โดยคณะกรรมการชุดนี้คงไม่สามารถไปสั่งการให้ดำเนินการใดๆ ได้ เพราะแต่ละหน่วยงานมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายของตัวเอง คงไม่สามารถไปแทรกแซงได้ ซึ่งการหารือของคณะกรรมการจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยแนวคิดว่า หน่วยงานอื่นๆ เห็นเป็นอย่างไร จากเมื่อก่อนในการดำเนินนโยบายด้านการเงินจะต่างคนต่างทำ
“ในเรื่องค่าเงินบาทนั้น สศค.ติดตามอย่างใกล้ชิด พบว่าเปิดทำการหลังปีใหม่วันที่ 2 มกราคม อ่อนค่ามาอยู่ในระดับกว่า 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง สศค.กำลังดูว่าเงินบาทที่แข็งค่าช่วงปลายปีนั้นเป็นมาจากปัจจัยอะไร มาจากเรื่องของการทำธุรกรรมในช่วงสิ้นปีหรือไม่ และปีก่อนๆ นั้นค่าเงินแข็งค่าในลักษณะนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในอำนาจการดูแลค่าเงินคงเป็นหน้าที่ ธปท. กระทรวงการคลังคงไปแทรกแซงไม่ได้” นายลวรณกล่าว
นายลวรณกล่าวต่อว่า ส่วนคณะกรรมการการเงินเพื่อการพัฒนามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยจะดึงภาคเอกชน เช่น สมาคมธนาคารไทย ผู้บริหารแบงก์รัฐ เข้ามาร่วมเป็นกรรมการ เพื่อหารือถึงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากว่าควรจะเดินหน้าอย่างไร โดยจะให้แบงก์รัฐ และแบงก์เอกชนเข้ามาร่วมออกแนวคิดการพัฒนาด้วย

