โบรกเกอร์ คาด วิกฤตสหรัฐอิหร่านยืดเยื้อแน่ ชี้ แม้หุ้นน้ำมันพุ่ง แต่กระทบการลงทุน

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ( ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กรณีข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและอิหร่าน มองว่าโอกาสที่จะยืดเยื้อสามารถเกิดขึ้นได้สูง เนื่องจากปี 2562 ก็ได้เกิดเหตุการณ์ข้อพิพาทระหว่างกันมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ครั้งนี้ดูทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม โดยผลกระทบระยะสั้น มองว่าเป็นอานิสงส์เชิงบวกให้หุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากบรรยากาศดังกล่าว จะกระตุ้นให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวผันผวน และปรับราคาเพิ่มขึ้น ในกรอบ 67-70 เหรียญสหรัฐ โดยจากนี้ต้องจับตาดูท่าทีการตอบโต้ของอิหร่าน ว่าจะมีมาตรการออกมาตอบโต้ที่รุนแรงมากน้อยเท่าใด ซึ่งจะส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน ในตลาดหุ้นทั่วโลก

“ในเชิงของตลาดหุ้นไทย คงจะส่งผลเชิงบวกกับหุ้นกลุ่มพลังงานแค่กลุ่มเดียว นำทีมโดย บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (พีทีทีอีพี) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. (พีทีที) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือพีทีทีจีซี โดยภาพรวมของตลาดหุ้น แน่นอนว่าเมื่อเกิดบรรยากาศที่ดูมีความเสี่ยง ในการเกิดเป็นปัญหาใหญ่ และมีแนวโน้มลุกลามบานปลาย หุ้นกลุ่มอื่นๆ ก็จะได้รับผลกระทบในเชิงลบจากปัยจัยกล่าว เพราะตลาดจะกลับมากังวลกับภาวะเศรษฐกิจโลก ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นอีกครั้ง” นายวิจิตรกล่าว

นายวิจิตรกล่าวว่า แม้ว่าหุ้นกลุ่มพลังงานจะมีน้ำหนักในตลาดหุ้นรวมกว่า 20% แต่คงไม่สามารถพยุงให้ตลาดปรับขึ้นได้มากนัก จึงคาดว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ น่าจะเคลื่อนไหวผันผวน โดยประเมินการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทย กรอบบนเชื่อว่าคงไม่เกินระดับ 1,610 จุด ส่วนกรอบล่างให้ไว้ที่ระดับ 1,580 จุด อย่างไรก็ตาม แนะนำนักลงทุนที่จะลงทุน ให้เลือกลงทุนในหุ้นรายตัวอย่างแท้จริง เพราะจากตลาดหุ้นที่ผ่านช่วงปีใหม่มา ยังไม่ได้มีคีย์แฟกเตอร์อะไรที่สำคัญเท่าที่ควร แม้ว่าจะมีประเด็นล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับภูมิรัฐศาสตร์เข้ามา แต่ท้ายสุดแล้วมองว่าในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม 2563 จะมีแรงส่งในด้านการเมืองที่คาดว่าจะกลับมาร้อนแรงมากขึ้น ซึ่งน่าจะมีผลกับตลาดหุ้นไทยมากกว่า

นายวิจิตรกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มความรุนแรงของข้อพิพาทสหรัฐและอิหร่าน มองว่าไม่น่าจะลุกลามจนเกิดสงครามโลกครั้งใหม่ได้ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้ส่งสัญญาณที่จะทวีความรุนแรงมากเกินคาดการณ์ รวมถึงจากภาพการที่สหรัฐได้ทำข้อพิพาทกับจีน เมื่อภาพรวมดูจะถึงจุดย่ำแย่ ก็จะเกิดการเจรจาระหว่างกันขึ้น จึงเชื่อว่าท้ายสุดแล้วน่าจะเกิดการเจรจากันต่อไป

บทความก่อนหน้านี้Jumanji: The Next Level สานต่อความสนุก
บทความถัดไปสกู๊ปพิเศษ : สงครามครั้งสุดท้าย เชียร์ตบสาวไทยสู่อลป.