นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณกว่าแสนล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ว่าเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลจะให้งบประมาณสนับสนุนเอสเอ็มอี แต่หากต้องการช่วยเหลือเพื่อกระตุ้นตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ (จีดีพี) ให้ไปถึง 3% มองว่ายังไม่เป็นผล แรงส่งที่น้อยไป และไม่สามารถทำได้ เนื่องจากภาพรวมการส่งออกในปี 2562 ติดลบ 3% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท
นายสนั่นกล่าวต่อว่า ฉะนั้น การที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณเพียง 1 แสนล้านบาท จึงยังเป็นตัวเลขที่น้อยอยู่ แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถทำให้จีดีพี ปี 2563 โตถึง 3% ได้ เพราะในปีนี้งบประมาณปีงบประมาณ 2563 จะมีผลบังคับใช้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เชื่อว่าภาครัฐและหน่วยงานราชการจะมีการเบิกจ่ายที่เป็นแรงกระตุ้นหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างแน่นอน
“ยืนยันว่าหากรัฐบาลต้องการดันให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นแกนหลักในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ไปถึง 3% ยังเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง และปัจจุบันหลุดมาอยู่ที่ 29.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ธุรเอสเอ็มอีล้มหายไปตั้งแต่ปี 2562 จึงอยากขอให้ภาครัฐพิจารณาในเรื่องของงบประมาณใหม่อีกครั้ง เชื่อว่ารัฐบาลไทยมีเสถียรภาพพอที่จะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้” นายสนั่นกล่าว
นอกจากนี้ อยากเสนอแนะให้มีการช่วยเหลือในเรื่องของการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร เข้าใจว่าตอนนี้แม้แต่ธุรกิจธนาคารเองก็เริ่มมีการสั่นคลอน แต่ก็ยังถือว่ามีฐานที่แข็งแรงอยู่ จึงอยากให้มีการผ่อนปรนมากกว่า รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการควบคุมให้ทั้งธนาคารและเอสเอ็มอียังสามารถอยู่ต่อไปได้ โดยไม่ฉุดการเติบโตของกันและกัน

