หน้าแรก เศรษฐกิจ 7UPประกาศบุกธ...

7UPประกาศบุกธุรกิจพลังงาน ชิงโรงไฟฟ้าชุมชน-ขายอุปกรณ์ เป้ารายได้เกิน1.5พันล.

5.01.20 | 13:22 น.

นายสิทธิชัย กฤชวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 7UP ทำธุรกิจตัวแทนนายหน้าในการจัดจำหน่าย แก๊ส LPG ธุรกิจพลังงานทดแทน/พลังงานทางเลือก ธุรกิจวิทยุสื่อสารโทรคมนาคม และ Internet of Things (IoT) และ ธุรกิจปรับปรุงคุณภาพน้ำสำหรับฟาร์มกุ้ง เปิดเผยถึงแผนธุรกิจของบริษัทในปี 2563 ว่า ยังคงให้ความสำคัญและมุ่งลงทุนในธุรกิจพลังงานเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นบริษัทพลังงานโดยแท้จริง โดยเตรียมจะเสนอตัวเข้าร่วมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ภายหลังคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ประกาศเกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน 700 เมกะวัตต์ ตามแผนขับเคลื่อนระหว่างปี 2563-2567 ซึ่งบริษัทคาดหวังว่าน่าจะชนะประมูล 2-4 โรง โดยเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ภาคใต้ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 20 เมกะวัตต์

นายสิทธิชัย กล่าวว่า ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน มีแนวโน้มเติบโตที่ดีภายหลังได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา โดยปี2563 บริษัทได้ทำข้อตกลงกับบริษัทพลังงานชั้นนำของประเทศ 3-4 ราย โดยบริษัทจะทำหน้าที่เป็นผู้ลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน บนพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมของลูกค้า มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท และจะรับรู้รายได้โดยการแบ่งผลกำไรจากการประหยัดค่าไฟฟ้าตามสัดส่วน โดยครึ่งปีแรกจะให้ความสำคัญกับการบุกตลาดอุปกรณ์ประหยัดพลังงานในประเทศ และช่วงครึ่งปีหลังจะบุกตลาดต่างประเทศ หลังจากได้จดสิทธิบัตรในประเทศใกล้เคียงกลุ่มประเทศอาเซียนรวม 12 ประเทศ บริษัทคาดหวังว่าธุรกิจดังกล่าวจะเริ่มสร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป

“สาเหตุสำคัญที่บริษัทฯ มุ่งสู่การก้าวขึ้นเป็นบริษัทพลังงานเต็มรูปแบบ เนื่องจากเล็งเห็นว่าธุรกิจโรงไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่จะสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอและมีความมั่นคงในระยะยาว ในขณะที่ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน พบว่าสร้างอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนสูง อีกทั้ง รูปแบบโมเดลธุรกิจส่งผลให้ทั้งบริษัทฯ และ ลูกค้าต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ และ ข้อสำคัญเป็นธุรกิจที่ยังไร้คู่แข่ง เนื่องจากเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่บริษัทได้คิดค้นขึ้นใหม่ โดยได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองสิทธิ์จาก กรมทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย” นายสิทธิชัย กล่าว

นายสิทธิชัย กล่าวว่า ธุรกิจข้างต้นจะมีส่วนช่วยเสริมการเติบโตของบริษัทในอนาคต จากปัจจุบันธุรกิจสถานีแก๊สและน้ำมัน ยังคงสร้างรายได้หลัก ขณะที่ธุรกิจกำจัดขยะนั้นจะเริ่มเห็นผลบวกเต็มปีตั้งแต่ปีนี้ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยบวกสนับสนุนผลประกอบการปี 2563 เติบโตต่อเนื่องจากปี 2562 คาดว่าจะมีรายได้1,300 ล้านบาท หรือโตเกิน 15 % และปี 2562เป็นปีแรกที่ผลประกอบการพลิกมีกำไรสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี สำหรับผลประกอบการในปี 2563ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเกิน 15% คาดว่าธุรกิจกลุ่มสถานีแก๊ส คงสร้างรายได้หลักสัดส่วน 40% ธุรกิจสื่อสาร 25% ธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม 15% ธุรกิจพลังงานทดแทน 15% และธุรกิจอื่น ๆ 5%พร้อมกันนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างพิจารณาหาแนวทางเหมาะสมในการล้างขาดทุนสะสมที่มี 1,256 ล้านบาท เพื่อให้บริษัทฯ กลับมามีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลคืนให้กับผู้ถือหุ้นต่อไป