หน้าแรก เศรษฐกิจ โรงสีอีสาน ชี...

โรงสีอีสาน ชี้ภัยแล้งรุนแรง คนไทยอาจเปิปข้าวเหนียวแพงสุดอีกครั้ง

5.01.20 | 23:05 น.

นายวิชัย ศรีนวกุล กลุ่มโรงสีภาคอีสาน เปิดเผยว่า กลุ่มโรงสีและวงการค้าข้าวกำลังติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในปี 2563 จะกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรัง2563 และนาปี 2563 มากน้อยแค่ไหน รวมถึงประเมินสถานการณ์ค้าข้าวด้วย โดยพบว่าผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวนาปี 2562/63 ที่ขณะนี้ส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวแล้ว และผลผลิตลดลงกว่าปีก่อนหน้ามาก ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาข้าวเปลือกเหนียวราคาอยู่ที่ 16,000 บาท/ตัน เป็นข้าวสารราคา 35,000 บาท/ตัน ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ 16,000-17,000 บาท/ตัน เป็นข้าวสารอยู่ที่ 28,000 บาท/ตัน

นายวิชัย กล่าวว่า ซึ่งหากในอีก 1-2 เดือนจากนี้ไม่มีผลผลิตออกสู่ตลาด และผลผลิตข้าวนาปรังในเดือนมีนาคม-เมษายนเก็บเกี่ยวได้น้อยกว่าปีก่อนๆ คาดว่าราคาข้าว 2 ชนิดจะขยับต่อไปอีกข้าวหอมมะลิอาจถึง 35,000 บาท/ตัน และข้าวเหนียวอาจถึง 40,000 บาท/ตัน ส่วนราคาข้าวเหนียวกลางปีนี้จะแพงอย่างปี 2562 หรือไม่ ต้องดูการเพาะปลูกครึ่งปีหลังนี้ว่าจะสามารถทำนาได้แค่ไหนและจากปัญหาภัยแล้ง

“กลุ่มโรงสีหารือกัน วิตกมากกับเรื่องภัยแล้ง สะท้อนจากตอนนี้ที่ราคาข้าวสูงและวิตกเรื่องปริมาณข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิในอนาคต จะตึงตัวบางช่วงจนราคาพุ่งเร็ว สวนทางกับภาวะการส่งออกที่ปริมาณส่งออกไม่ได้มากนัก ประเมินกันว่าปี2562 น่าจะส่งออกได้แค่ 7 ล้านตัน ส่วนปีนี้จะถึง 8 ล้านตันหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผลผลิต ซึ่งการส่งออกไม่ได้มากนักไม่ได้เป็นผลจากค่าบาทแข็งจนราคาสู้คู่แข่งไม่ได้แต่เพราะซัพพลายในประเทศน้อย หากแล้งน้ำน้อยจนไม่อาจเริ่มทำนาช่วงเมษายนถึงพฤษภาคมได้ ทั้งปัญหาปริมาณน้ำในแม่โขงก็น่าจับตามอง เชื่อว่าครึ่งปีหลังราคาข้าวโดยเฉพาะข้าวเหนียวและข้าวหอมมะลิจะสูงอีกปี ถือว่าเป็นปีที่ดีของชาวนาอีกครั้ง แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อราคาข้าวถุงบริโภคในประเทศ ยกเว้นข้าวเหนียวที่หากปีใดชาวนามองว่าจะแล้งหนัก เขาจะเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางแทนที่จะขายออก ” นายวิชัย กล่าว