นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า หากร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ออกมาได้ตามที่คาดการณ์ไว้ มองว่าคงเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยกู้วิกฤติเศรษฐกิจได้ เนื่องจากจะทยอยมีเม็ดเงินเข้ามาสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะตามปกติแล้ว งบประมาณประจำปีจะต้องผ่านการพิจารณา และสามารถเบิกจ่ายเงิน เพื่อนำมาใช้ในการลงทุน หรือใช้จ่ายด้านต่างๆ แล้ว โดยเชื่อว่าหลังจากงบปี 2563 ใช้จ่ายได้แล้ว จะทำให้รัฐบาลมีกรอบงบประมาณพอ ที่จะใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม หากจำเป็นที่จะต้องมีออกมา
“งบประมาณที่จะออกมา เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่คาดว่าจะช่วยได้เท่านั้น เพราะส่วนหลักของเศรษฐกิจไทย ยังพึ่งพาภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการพึ่งพารายได้จากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรที่จะเข้ามากระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจไทย ก็อยู่นอกเหนือการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ข้อพิพาทสหรัฐและอิหร่าน ที่อาจมีผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ไม่สามารถควบคุมได้”นายเชาว์กล่าว
นายเชาว์กล่าวว่า ในส่วนของการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ที่สามารถทำได้คือ นโยบายการคลัง และนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง น่าจะมีมาตรการกระตุ้นทยอยออกมาเพิ่มเติม สำหรับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ปัจจัยเสี่ยงยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ เนื่องจากเป็นภาพขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และยากเกินที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับต่างประเทศสูงมาก ทำให้เมื่อปัจจัยภายนอกมีการผันผวน ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศได้สูง

