นายสมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI เปิดเผยว่า กลุ่ม SPC Consortium ชนะประกวดราคางานจ้างควบคุมการก่อสร้าง โครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยาย ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โซน C จำนวน 1 โครงการ มูลค่าคุมงาน 520 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) โดยงานในครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อบริษัท ในฐานะผู้นำกลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจรซึ่งได้รับความไว้วางใจให้คุมงานโครงการใหญ่ของภาครัฐที่มีมูลค่าก่อสร้างสูงถึง 22,000 ล้านบาท รวมถึงเป็นการขยายฐานลูกค้ามายังหน่วยงานภาครัฐมากขึ้น ตามกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการเดินหน้าบริหารฐานงานในมือหลากหลายประเภท
นายสมเกียรติกล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทประสบความสำเร็จในการคุมงานโครงการขนาดใหญ่มาแล้วหลากหลายโครงการ อาทิ โครงการปรับปรุงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33 หรือบล็อก 33 เขตพาณิชย์สวนหลวง – สามย่าน ของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU), โครงการก่อสร้างศูนย์การค้า Terminal21 พระราม 3, โครงการ ก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของธนาคาร ยูโอบี (ไทย), โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน Tipco Building Extension และโครงการที่มีการดำเนินงานต่อเนื่อง เช่น โครงการ One Bangkok และ โครงการ The PARQ ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ กว่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนงานในมือจากภาคเอกชน 76 % และงานภาครัฐ 24% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2561 โดยงานในมืออยู่ที่ประมาณ1,450 ล้านบาท เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการปี 2563 ให้โดดเด่นต่อเนื่อง
นายสมเกียรติกล่าวว่า สำหรับงานในครั้งนี้ จัดทำในนามกลุ่ม SPC Consortium ภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น Lead Firm พร้อมด้วย บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด โดยลงนามสัญญาเมื่อเดือนธันวาคม 2562 นับเป็นความภาคภูมิใจของกลุ่มบริษัท ที่ได้รับความไว้วางใจให้คุมงานก่อสร้างงานศูนย์ราชการฯ โซน C ภายใต้การบริหารของ SPC Consortium ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยมีบริษัทเป็นแกนนำในครั้งนี้ เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จตามแผนงานที่วางไว้ และจะเป็นก้าวสำคัญในการขยายสู่ฐานงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันฐานลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่มีการพัฒนาโครงการอย่างสม่ำเสมอ โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2562 สัดส่วนรายได้จากงานภาคเอกชนอยู่ที่ราว 85% และงานภาครัฐ 15 %
“ขอให้มั่นใจในการทำงานของบริษัท ที่มีกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง กิจการไม่ได้หวือหวา ไม่ได้เพิ่มผลประกอบการเพียงแค่เดือนสองเดือนขึ้นมาสองถึงสามเท่า ภาพหุ้นของบริษัทยังคงโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและมั่นคงจากแบ็คล็อกที่มีธุรกิจของเราเป็นธุรกิจที่จะรับรู้รายได้อีก 1 – 2 ปีข้างหน้า หมายความว่างานที่ปัจจุบันดำเนินการอยู่เป็นงานที่ได้รับมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเปลี่ยนแปลงทางภาวะเศรษฐกิจจะกระทบกับธุรกิจเราเป็นลำดับสุดท้าย เพราะธุรกิจที่มีการก่อสร้างแล้วจะมีการผลักดันให้มีการก่อสร้างให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ หากเทียบกับธุรกิจภาคอื่นๆ ถือว่ามีความเสี่ยงน้อยที่สุด และสามารถมั่นใจได้ว่าผลประกอบการของบริษัทจะเป็นไปตามเป้าแน่นอน” นายสมเกียรติกล่าว

