หน้าแรก เศรษฐกิจ “จุรินทร์”กล่...

“จุรินทร์”กล่อมบังกลาเทศ เร่งสรุปเปิดเอฟทีเอ หวังปี64ดันการค้าเพิ่มเท่าตัว

8.01.20 | 11:57 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนและนายทิพู มุนชิรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บังกลาเทศ  เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (เจทีซี) ไทย – บังกลาเทศ ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โดยประเด็นหารือคือการเร่งขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายการค้า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2564 โดยในส่วนการขยายการค้า เห็นพ้องจะเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างกัน

พร้อมกันนี้ ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บังกลาเทศเป็นประธานเปิดงาน Top Thai Brands Dhaka 2020 ซึ่งจะจัดวันที่ 27 – 30 มีนาคม 2563 ที่กรุงธากา และขอให้ฝ่ายบังกลาเทศเชิญชวนผู้ซื้อและผู้นำเข้าบังกลาเทศร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติที่จัดขึ้นในไทยในปี 2563 อาทิ งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair 2020 งาน THAIFEX-Anuga Asia 2020 งาน TILOG – LOGISTIX 2020 และงาน STYLE Bangkok 2020 เป็นต้น เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรม และขยายช่องทางการค้าระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น

“ สำหรับในส่วนการลงทุน บังกลาเทศแจ้งว่า ยินดีต้อนรับการลงทุนของไทยในสาขาศักยภาพ อาทิ การแปรรูปอาหาร เทคโนโลยีสารสนเทศ ยานยนต์ พลังงาน ยาและเวชภัณฑ์ และบริการด้านสาธารณสุข โดยเชิญชวนให้ไทยเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งรัฐบาลบังกลาเทศพร้อมจัดสรรพื้นที่และสิทธิประโยชน์เป็นพิเศษ รวมถึงจัดตั้งหน่วยบริการข้อมูลการลงทุนครบวงจรเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนไทย “นายจุรินทร์ กล่าว

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เสริมว่า ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือความเป็นไปได้ในการจัดทำ FTA ไทย–บังกลาเทศ โดยในส่วนของไทยได้มีการศึกษาเบื้องต้นแล้วพบว่าการทำ FTA จะช่วยให้เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ระหว่างสองประเทศขยายตัว โดยไทยขอให้บังกลาเทศเร่งทำการศึกษาและหารือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และมอบให้เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ของทั้งสองฝ่ายประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเริ่มกระบวนการเจรจา FTA ได้โดยเร็ว

Advertisement

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในสาขาต่างๆ ทั้งอุตสาหกรรม เกษตร ประมงและปศุสัตว์ บริการสุขภาพและสาธารณสุข และความเชื่อมโยงทางคมนาคม โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างท่าเรือจิตตะกองและท่าเรือระนอง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าทั้งสองประเทศ ซึ่งการท่าเรือแห่งประเทศไทยเตรียมลงนาม MOU ความร่วมมือระหว่างท่าเรือระนองและท่าเรือจิตตะกองในเดือนกุมภาพันธ์นี้

นางอรมน กล่าวว่า ปี 2561 บังกลาเทศเป็นคู่ค้าอันดับที่ 39 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชียใต้ รองจากอินเดียและปากีสถาน โดยมีมูลค่าการค้ารวม 1,259.45 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกไปบังกลาเทศ 1,200.21 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยนำเข้าจากบังกลาเทศ 59.24 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับช่วง 11 เดือนแรกปี 2562 การค้ารวมมีมูลค่า 980.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกจากไทยไปบังกลาเทศ 905.10 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นการนำเข้าจากบังกลาเทศ 75.30 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยมีสินค้าส่งออกสำคัญ เช่น ปูนซิเมนต์ เม็ดพลาสติก ผ้าผืน เคมีภัณฑ์ เหล็ก และรถยนต์และส่วนประกอบ เป็นต้น และมีสินค้านำเข้าสำคัญ เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด และผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เป็นต้น สำหรับการลงทุนโดยตรงจากไทยไปบังกลาเทศระหว่างปี 2549 – 2562 มีมูลค่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ในสาขาอุตสาหกรรมเกษตรและเกษตรแปรรูป การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการโรงแรมและบริการที่เกี่ยวข้อง