เมื่อวันที่ 6 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ศาลสูงประชาชนปักกิ่งได้แถลงผลการพิจารณาคดีระหว่าง บริษัทเรดบลูล์ และอินเตอร์ไอโอ (ประเทศไทย) จำกัด (กระทิงแดงประเทศไทย) กับบริษัท เรดบลูล์ ไชน่า จำกัด(กระทิงแดงจีน) ซึ่งมีข้อพิพาทระหว่างกันมาตั้งแต่ปี 2014 เรื่องเครื่องหมายการค้า(เรดบูลล์) และต่อมาในปี 2016 ทั้ง 2 บริษัทมีข้อพิพาทระหว่างกันมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลในคดีต่างๆ มากกว่า 20 คดี ทั้งในเรื่องสิทธิทางการค้า ใบอนุญาตการดำเนินกิจการทางการค้าของเรดบูลล์ ไชน่า รวมทั้งสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทเรดบูลล์ และอินเตอร์ ไบโอ(ประเทศไทย) และข้อตกลงทางการค้าที่ เรดบูลล์ (ประเทศไทย) ทำไว้กับบริษัทเรดบูลล์ ไชน่า ตามสัญญาเป็นเวลา 50 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาในปี 2018 บริษัท เรดบูลล์ และอินเตอร์ไบโอ(ประเทศไทย) ยื่นคำร้องต่อศาลประชาชนกลางปักกิ่ง ให้ดำเนินคดีกับบริษัท เรดบูลล์ ไชน่า โดยศาลประชาชนกลางปักกิ่งได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้องของบริษัท เรดบูลล์ และอินเตอร์ไอโบ (ประเทศไทย) หลังจากนั้น เมื่อต้นปี 2019 บริษัท เรดบูลล์และอินเตอร์ไบโอ (ประเทศไทย) ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลประชาชนกลางปังกิ่งต่อศาลสูงประชาชนปักกิ่ง หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายนำพยานหลักฐานเข้าชี้แจงต่อศาล ทางศาลสูงประชาชนปักกิ่งพิจารณาแล้วจึงมีคำสั่งยกคำร้องของบริษัทเรดบูลล์และอินเตอร์ไบโอ (ประเทศไทย)

แหล่งข่าวจากที่ปรึกษากฎหมายของบริษัท เรดบูลล์ ไชน่า กล่าวว่า ข้อพิพาทของ กระทิงแดงไทย กับกระทิงแดงจีน เกิดขึ้นหลังจากนายเฉลียว อยู่วิทยา อดีตผู้ก่อตั้งและผู้บริหารกระทิงแดงไทย ได้เสียชีวิตลง เมื่อคณะบริหารชุดใหม่เข้ามาบริหารกิจการแทน อาจเกิดความเข้าใจที่คาดเคลื่อนในข้อตกลงที่นายเฉลียว เคยดำเนินการไว้ก่อนหน้านั้นกับผู้ร่วมทุนทางฝ่ายจีน จนกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างกันและนำไปสู่การฟ้องร้องในชั้นศาล
แหล่งข่าวกล่าวว่า ทางฝ่ายกระทิงแดงของจีนได้นำหลักฐานการลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม กระทิงแดงในจีนมานานกว่า 25 ปี และลงทุนในด้านต่างๆ ที่มีมาอย่างยาวนาน ที่สำคัญคือข้อตกลงทางการค้าที่ทำเมื่อครั้งนายเฉลียว อยู่วิทยา ยังมีชีวิตอยู่ ที่อนุญาตให้กระทิงแดงจีน สามารถดำเนินธุรกิจภายใต้เครื่องหมายการค้าและกระบวนการผลิตของกระทิงแดงภายใน 50 ปี ขณะเดียวกันข้อต่อสู้ในชั้นศาล ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีโอกาสในการหยิบยกข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาพิจารณาร่วมกัน

