“สมคิด”สั่งกฟผ.ลดค่าไฟช่วยคนจน-ไมโครเอสเอ็มอี ฉวยจังหวะบาทแข็งเร่งลงทุนกระตุ้นศก.
เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) โดยมีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานคณะกรรมการกฟผ.(บอร์ดกฟผ) นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการกฟผ. และผู้บริหารร่วมต้อนรับ ที่สำนักงานกลาง กฟผ. จ.นนทบุรี
นายสมคิด กล่าวว่า จากกรณีความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ ขอให้ทางกฟผ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงพลังงานไปหาแนวทางในการดูแลค่าไฟฟ้าเพื่อไม่ให้กระทบภาระประชาชนในภาวะที่เศรษฐกิจโลกไม่ดีนัก โดยเฉพาะการกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย(ไมโครเอสเอ็มอี) ที่จะต้องเน้นเป็นพิเศษว่าจะมีแนวทางใดในการช่วยเหลือให้มากขึ้น
นายสมคิด กล่าวว่า สำหรับการหารือกับผู้บริหารได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่ชี้ให้เห็นว่ากฟผ.ได้ก้าวจากธุรกิจดั้งเดิมไปสุ่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต มุ่งเน้นนวัตกรรมที่จะขยายธุรกิจได้มากขึ้น ซึ่งไฟฟ้าเป็นหลักของความมั่นคง โดยกฟผ.ได้มองถึงอนาคตในการทำธุรกิจในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี อาศัยความแข็งแรง สามารถประยุกต์เทคโนโลยีไปสู่ผู้บริโภค ทำให้แข่งขันกับประเทศต่างๆ ได้ รวมถึงการมุ่งสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่กฟผ.ให้ความสำคัญทั้ง พลังงานทดแทน ยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) แบตเตอรี่ ซึ่งรถอีวีถือเป็นอนาคต แต่หากขาดสถานีชาร์จไฟก็อาจก้าวไปไม่ไกล จึงมอบให้กฟผ.หาผู้ร่วมทุนที่จะรุกสู่ธุรกิจดังกล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า กฟผ.ยังมีความพร้อมที่จะดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากในการยกระดับพี่น้องเกษตรกรให้มีรายได้จากการเข้าร่วมโครงการที่จะนำพืชเกษตรเหลือใช้ หรือการปลูกพืชพลังงานมาเป็นเชื้อเพลิงสร้างรายได้ เพื่อทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม โดยจะร่วมกับหน่วยงาน อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการช่วยเหลือชุมชน
“ช่วงนี้ค่าเงินบาทแข็งค่า จึงสั่งการให้กฟผ.ลงทุนมากๆ ไม่ต้องรอช้า เพราะขณะนี้งบประมาณ 2563 ยังไม่ผ่านสภาฯ ประกอบกับเริ่มมีปัญหาภัยแล้ง กระทบกับผลผลิตทางการเกษตร รัฐวิสาหกิจจึงถือเป็นมือไม้ในการลงทุน เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจ” นายสมคิดกล่าว

