กฟผ.-ราช-เอ็กโก้ ลงขัน 600 ล้านตั้งบริษัทนวัตกรรม ชงครม.มิ.ย.นี้ เดินหน้าลงทุนสตาร์ทอัพ รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว จ่อนำร่องลงทุนอินโนสเปช
นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทุนด้านนวัตกรรมตามนโยบายรัฐบาล ว่า ภายในเดือนมิถุนายนนี้ กฟผ.เตรียมขออนุมัติจัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้านนวัตกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ ต่อที่ประชุมครม. หลังจากคณะกรรมการกฟผ. (บอร์ด กฟผ.) ได้เห็นชอบแนวทางจัดตั้งบริษัทฯ เพื่อรองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เน้นเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ อาทิ เมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ทซิตี้ และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือสมาร์ทกริด โดยรูปแบบบริษัทเป็นการร่วมทุนฯ มีกฟผ. ถือหุ้นสัดส่วน 40% , บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ถือหุ้น 30% และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน) หรือเอ็กโก้ ถือหุ้น 30% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดรูปแบบและรายละเอียดโครงสร้างธุรกิจที่ชัดเจน เบื้องต้นคาดว่าใช้ทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท
นายวิบูลย์กล่าวว่า งบลงทุนส่วนหนึ่งในบริษัทฯร่วมทุนดังกล่าว จะเข้าไปร่วมสนับสนุนกลุ่มสตาร์ตอัพ ผ่านบริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) ด้วย โดยในอินโนสเปซ มีสตาร์ตอัพที่ค้นคว้าวิจัยและพัฒนา เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมพลังงานจำนวนมาก ซึ่งจะนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ อีกทั้งจะเป็นช่องทางสร้างตลาดร่วมกันในอนาคตต่อไป
“การตั้งบริษัทร่วมทุนด้านนวัตกรรม จะช่วยให้ กฟผ.ขยายการลงทุนได้คล่องตัวมากขึ้น เพราะกฟผ.มีสถานะเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ทำให้แผนการลงทุนต่างๆมีหลายขั้นตอนที่จะต้องนำเสนอขออนุมัติจากภาครัฐและครม. แต่เมื่อเป็นบริษัทร่วมทุนฯ จะดำเนินการได้เร็วกว่า เพราะขั้นตอนไม่ซับซ้อน”นายวิบูลย์กล่าว
นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.เตรียมลงนามสัญญาว่าจ้างกลุ่ม บี.กริม ซึ่งเป็นผู้รับเหมาติดตั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร หรือ โซลาร์ลอยน้ำในเขื่อน ของ กฟผ.ขนาดกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ในวันที่ 26 มกราคมนี้ หลังจากกลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) หรือบีกริม ร่วมกับพันธมิตรจีน ในนามของบี.กริม พาวเวอร์ – เอ็นเนอจี ไชน่า คอนเซอร์เตียม เป็นผู้ชนะการประมูล เนื่องจากเสนอราคาประมูลต่ำสุด จากผู้ที่ผ่านทางเทคนิคทั้งหมด 21 ราย
นายเทพรัตน์กล่าวว่า โซลาร์ลอยน้ำในเขื่อนสิรินธร กฟผ.ตั้งงบกลางที่ประมาณ 2,265.99 ล้านบาท ถือเป็นโครงการนำร่องของ กฟผ.และเป็นโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริดระหว่างโซลาร์เซลล์กับพลังน้ำแห่งแรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะติดตั้งทดสอบระบบประมาณ 1 ปี โดยตามแผนงานผู้ประกอบการมีระยะเวลาดำเนินการประมาณ 12 เดือน ให้ทันการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ไม่เกินเดือนธันวาคมนี้ หรือ ต้นปี 2564

