‘ศักดิ์สยาม’ นำทีมจัดเวิร์กช็อป แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. เตรียมเปิดเออร์ลี่ ‘กระเป๋ารถเมล์’

เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมสมองเพื่อปรับปรุงแผนฟื้นฟูฯ พัฒนาคุณภาพงานบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ในการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวนั้น ขสมก.มีการวางแผนการดำเนินการได้ดี ทั้งในเรื่องของการปรับปรุงเส้นทาง บุคลากร การนำรถที่ใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะในรูปแบบอื่นๆ รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่ายต่างๆ ตอบโจทย์ในการช่วยลดหนี้สะสม

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า อย่างไรก็ตามในการประชุมครั้งนี้ ได้เปิดให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น รวมถึงการรับฟังข้อคิดเห็นต่างๆ มาพิจารณาและนำโจทย์การแก้ไขปัญหาต่างๆ มาผนวกกับแผนการดำเนินงานให้มีความเหมาะสม และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม คาดว่า ขสมก.จะนำเรื่องการทบทวนแผนฟื้นฟูฯ เดิมที่เคยมติ ครม.ก่อนหน้านี้ และ ขสมก.ได้นำมาปรับปรุงแผนใหม่ให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบันเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก.ภายในช่วง ก.พ.นี้ หากผ่านการพิจารณาหลังจากนั้น อีก 1 เดือน จะสามารถเสนอไปยัง ครม.ได้ ในส่วนของการจัดหารถใหม่นั้น จะต้องผ่านการพิจารณาของ ครม.ก่อน

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ในส่วนของอัตราค่าโดยสาร 30 บาทต่อวัน (ไม่จำกัดเที่ยว) จะสามารถทำให้ต้นทุนและรายได้ใกล้เคียงกันมากที่สุด ขณะที่ ในส่วนของรถร่วมบริการ ขสมก. ที่ได้อยู่ในที่ประชุม Work Shop ได้มีการทำความเข้าใจและต้องการให้รถร่วมบริการ ขสมก. เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งในปัจจุบันการเข้าร่วมอัตราค่าโดยสาร 30 บาทต่อวันนั้น ยังเป็นไปด้วยความสมัครใจ ขณะเดียวกัน การให้บริการในเรื่องของราคาและคุณภาพนั้น จะต้องดำเนินการควบคู่กันไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ขสมก.จะเร่งจัดทำรายละเอียดการดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน และระเบียบกฎหมาย ขสมก. จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดแนวทางการปรับปรุงแผนฟื้นฟูฯ โดยคณะทำงานได้นำเสนอแนวทางการปรับปรุงแผนประกอบด้วย 1.การแก้ไขปัญหาการขาดทุนของ ขสมก. อย่างยั่งยืน 2.การลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ด้านอัตราค่าโดยสาร โดยกำหนดเป็นอัตราเดียวแบบเหมาหรือตั๋ววัน ใช้บริการได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว 3.การไม่เป็นภาระต่อภาครัฐ 4.การให้บริการรถโดยสารที่ไม่ก่อมลภาวะทางอากาศ และ 5.การบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด โดยกำหนดให้เส้นทางเดินรถมีความเชื่อมต่อ ไม่ทับซ้อน และมีความสอดคล้องกัน กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และ ขสมก.

รายงานข่าวจาก ขสมก.ระบุว่า แผนฟื้นฟูกิจการฯ ที่ปรับปรุงใหม่ มีกรอบการดำเนินงาน จำนวน 7 ข้อ ได้แก่ 1.การเช่ารถโดยสารปรับอากาศ ที่ใช้พลังงานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาวิ่งให้บริการประชาชน ทดแทนรถโดยสารเดิมที่มีสภาพเก่าทรุดโทรม ในเส้นทางที่ ขสมก. ได้รับอนุมัติจาก ขบ. โดยจ่ายค่าเช่าตามระยะทางที่วิ่งให้บริการจริง (บาท/กิโลเมตร) เพื่อลดต้นทุนในการจัดหาและซ่อมบำรุงรถโดยสาร อีกทั้ง เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการปรับแผนการเดินรถ เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมทั้ง จัดเก็บค่าโดยสารในรูปแบบตั๋วรายวัน (ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว) ในราคา 30 บาทต่อวัน ตั๋วรายเดือน (ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว) และตั๋วรายเที่ยว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน 2.การปรับปรุงเส้นทางเดินรถ ไม่ให้มีความทับซ้อน และจัดเดินรถในลักษณะ Feeder (ป้อนผู้ใช้บริการเข้าสู่ระบบราง) Liner และ Circle (วิ่งเป็นวงกลม) ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนหลักได้อย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถหมุนเวียนรถมาให้บริการได้มากขึ้น ผู้ใช้บริการใช้เวลารอรถ ไม่เกิน 5-10 นาที

3.การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้ในการบริหารจัดการเดินรถ ได้แก่ ระบบ GPS และ บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-ticket 4.การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดที่เหมาะสม 5.การให้พนักงานเก็บค่าโดยสาร เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ด้วยความสมัครใจ โดยมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับพนักงานอย่างเหมาะสม ส่วนพนักงานขับรถโดยสารยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ 6.การบริหารจัดการพื้นที่อู่บางเขน และอู่มีนบุรี ให้เป็นพื้นที่เชิงธุรกิจ เพื่อเพิ่มรายได้ และ 7.การให้ภาครัฐรับภาระหนี้สินที่เกิดจากการดำเนินการตามนโยบาย

บทความก่อนหน้านี้รอง ผบ.ตร.กำชับ 11 บช.จับบ่อน หวย ตู้ม้า พนันบอล นอกหน่วยจับมีย้าย!
บทความถัดไปพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหาร 195 ราย