‘สามารถ’เดินหน้าชน! ขอบิ๊กตู่หยุด คค.สร้างรถไฟเร็วสูง 3.5 กม.ฟันธงจบแบบโฮปเวลล์

26.06.16 | 16:30 น.

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์” กรณีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช ในหัวข้อปาหี่รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ตัดสินใจที่จะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยเงินลงทุนทั้งหมดโดยรัฐบาลไทย ผมได้พยายามเสนอข้อคิดเห็นเพื่อที่จะทำให้โครงการสำคัญนี้ประสบความสำเร็จ เพราะตระหนักดีว่าเป็นการยากยิ่งนักที่จะทำให้โครงการรถไฟความเร็วสูงระยะทางสั้นๆ และไม่ได้เชื่อมโยงกับประเทศจีนจะสามารถจูงใจให้มีผู้โดยสารจำนวนมากได้ แต่ความพยายามของผมดูเหมือนว่าจะไร้ผล เพราะเมื่อได้รับทราบผลการดำเนินงานของนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว ทำให้ผมอดเป็นห่วงไม่ได้ จำเป็นต้องออกมาส่งเสียงดังๆ ถึงรัฐบาลอีกครั้ง

ท่าน รมว.คมนาคมแถลงว่าจะเริ่มก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางนี้ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ (เดิมมีข่าวว่าจะเริ่มก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม) โดยมีระยะทางเริ่มต้น 3.5 กิโลเมตร ขอย้ำว่าเพียงแค่ 3.5 กิโลเมตรเท่านั้น ทันทีที่รู้ว่าจะก่อสร้างระยะแรก 3.5 กิโลเมตร ผมก็รู้ว่ากระทรวงคมนาคมไม่มีความพร้อมที่จะก่อสร้าง แต่จะต้องพยายามทำให้สาธารณชนเห็นว่ายังคงสามารถเดินหน้าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมาได้อยู่ มิฉะนั้นจะไม่เป็นไปตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้วว่าจะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงให้ได้

หากยังจำกันได้ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2558 มีการจัดพิธีวางศิลาฤกษ์ศูนย์ควบคุมและบริหารการเดินรถไฟที่เชียงรากน้อย ในเวลานั้นผมก็รู้ว่าเป็นการสร้างภาพหรือปาหี่ เพราะกระทรวงคมนาคมยังขาดความพร้อม และเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีพิธีวางศิลาฤกษ์ในขณะนั้น เนื่องจากยังไม่มีความแน่นอนว่าจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้เมื่อใด ถามว่าหลังจากมีพิธีวางศิลาฤกษ์แล้ว กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการอะไรไปบ้างกับศูนย์ควบคุมและบริหารการเดินรถไฟที่เชียงรากน้อย คำตอบคือทุกอย่างเงียบกริบ

หากเปรียบเทียบการดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้กับโครงการโฮปเวลล์ที่ถูกทุบทิ้งไปแล้ว จะเห็นว่าคล้ายคลึงกัน กล่าวคือผู้รับสัมปทานโฮปเวลล์พยายามทำการก่อสร้างโครงสร้างคอนกรีตเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร พร้อมกับสั่งตู้รถไฟฟ้ามาวางโชว์ไว้ที่สถานีหัวลำโพง ทั้งๆ ที่เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าโครงการโฮปเวลล์จะล้มเหลว แต่ผู้รับสัมปทานก็ต้องพยายามทำให้รัฐบาลไทยซึ่งเป็นเจ้าของโครงการเข้าใจว่าเขายังมีศักยภาพที่จะดำเนินโครงการได้ มิฉะนั้น เขาอาจถูกบอกเลิกสัญญาสัมปทานได้ ข้อแตกต่างระหว่างโครงการโฮปเวลล์กับโครงการรถไฟความเร็วสูงก็คือการก่อสร้างโครงการโฮปเวลล์เป็นการลงทุนโดยเอกชนผู้รับสัมปทานทั้งหมด ดังนั้น การสร้างภาพดังกล่าวข้างต้นเป็นการใช้เงินของเขา แต่การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเป็นการลงทุนโดยรัฐบาลไทยทั้งหมด หรือเป็นเงินภาษีอากรของพวกเราทุกคน ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจะต้องหลีกเลี่ยงการใช้เงินโดยไม่เกิดประโยชน์

Advertisement

แม้ว่าหลังจากท่านนายกฯ ได้ประกาศที่จะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา โดยรัฐบาลไทยลงทุนเองทั้งหมด หรือไม่ร่วมลงทุนกับรัฐบาลจีนแล้วก็ตาม การประชุมของคณะกรรมการเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ก็ยังคงดำเนินอยู่ แต่ผมทราบมาว่าฝ่ายจีนไม่กระตือรือร้นหรือปล่อยเกียร์ว่างแล้ว เนื่องจากรู้ว่าโครงการนี้จะล้มเหลว ผู้โดยสารจะน้อย เพราะไม่เชื่อมต่อไปถึงคุนหมิงของจีน ซึ่งหากสามารถเชื่อมกับคุนหมิงได้ รัฐบาลจีนจะพยายามส่งเสริมให้ชาวจีนเดินทางมาไทยโดยทางรถไฟปีละประมาณ 3-4 ล้านคน เป็นการช่วยเพิ่มปริมาณผู้โดยสาร ยิ่งในเวลาต่อมาท่าน รมว.คมนาคมแถลงว่าจะก่อสร้างระยะแรก 3.5 กิโลเมตร ยิ่งทำให้จีนมั่นใจว่ารถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ถูกปิดฉากลงแล้ว

ผมขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านนายกฯ ว่า หากปล่อยให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการเช่นนี้ต่อไป โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางแรกของไทยจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ที่สำคัญ จะเป็นการใช้เงินของประชาชนคนไทยโดยไม่เกิดประโยชน์หรือสูญเปล่า หากท่านนายกฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้โครงการนี้เป็นรูปธรรมตามเจตนารมณ์ที่ดีของท่าน จำเป็นจะต้องยกเครื่องแนวทางการดำเนินโครงการทั้งหมดโดยด่วน มิฉะนั้น รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา จะกลายเป็นซากปรักหักพังเช่นเดียวกับโฮปเวลล์