หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘กสทช.’ เตรีย...

‘กสทช.’ เตรียมเคาะเยียวยา ‘อสมท’ 29 ม.ค.นี้ ไฟเขียว ‘ไทยคม’ ใช้ดาวเทียมต่างชาติชั่วคราว

16.01.20 | 14:27 น.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 มีมติรับทราบรายงานผลการพิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการกำหนดวิธีและเงื่อนไขเพื่อทดแทน ชดใช้ เกี่ยวกับการจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ในย่าน 2500-2690 เมกะเฮิรตซ์ ที่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ถือครองอยู่ในปัจจุบัน ตามที่คณะอนุกรรมการพิจารณาการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนในการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2500-2690 เมกะเฮิรตซ์ ได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม กสทช. แต่ยังไม่มีการลงมติ โดยคาดว่า จะมีมติอย่างเป็นทางการในการประชุม กสทช. ครั้งต่อไป ในวันที่ 29 มกราคม 2563

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ รับข้อสังเกตของที่ประชุม กสทช. และให้ดำเนินการปรับปรุงรายงานของคณะอนุกรรมการฯ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ของ อสมท ที่เหลืออยู่ และให้เสนอ สำนักงาน กสทช. ภายในวันที่ 24 มกราคม 2563 หรือก่อนการประชุม กสทช. 3 วัน

นายฐากร กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุม กสทช. ยังมีมติในกรณีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ทำหนังสือถึง สำนักงาน กสทช. ลงในวันที่ 7 มกราคม 2563 เรื่องขออนุญาตจัดหาช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ ตามแผนบริหารจัดการดาวเทียมไทยคม 5 ในภาวะฉุกเฉินของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ตามอำนาจหน้าที่แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้ ดาวเทียมไทยคม 5 มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน ขณะที่ ดาวเทียมไทยคม 6 ที่เป็นดาวเทียมสำรอง มีการใช้งานเต็มประสิทธิภาพแล้ว จึงขอให้ สำนักงาน กสทช. อนุญาตให้ไทยคมใช้ดาวเทียมต่างชาติได้ เพื่อเป็นการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน

ซึ่งที่ประชุม กสทช. มีการพิจารณาและมีมติทั้งหมด 6 ข้อ ได้แก่ 1.อนุญาตให้ไทยคม ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ ตามแผนบริหารจัดการดาวเทียมไทยคม 5 ในภาวะฉุกเฉิน ตามที่กระทรวงดีอีเอสได้ทำหนังสือถึง สำนักงาน กสทช. ได้ โดยมีรายละเอียด คือ อนุญาตให้ไทยคมใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ จากดาวเทียม KTSat8 ของเกาหลีใต้, Measat3/Measat3A ของมาเลเซีย และ Apstar7 ของประเทศจีน ซึ่งรวมกันไม่เกิน 5.50 ทรานสปอนเดอร์ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2563 จนถึงวันที่ 10 กันยายน 2564 (สิ้นสุดสัญญาสัมปทานวันที่ 11 กันยายน 2564) เพื่อให้บริการวงจรดาวเทียมสื่อสารทดแทนสัญญาณดังกล่าวดำเนินการได้

2.ไทยคม ต้องบริหารจัดการการโอนย้ายผู้ใช้บริการวงจรดาวเทียมของดาวเทียมไทยคม 5 เดิม ไม่ไห้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผลกระทบต่อผู้ใช้บริการที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม และผู้ได้รับใบอนุญาตโทรทัศน์จาก กสทช. ทั้งนี้ ในกรณีที่จำเป็น กสทช. อาจกำหนดให้ส่งแผนเยียวยาผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบให้ กสทช. พิจารณาด้วย 3.การอนุญาตดังกล่าวเป็นการอนุญาตตามแผนการบริหารจัดการดาวเทียมไทยคม 5 ในภาวะฉุกเฉิน ซึ่งคู่สัญญาตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศให้ความเห็นชอบร่วมกันไว้แล้วเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ไทยคมนำช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติไปให้บริการนอกเหนือจากแผนการบริการดาวเทียมไทยคม 5 ในภาวะฉุกเฉิน

Advertisement

4.ไทยคม ต้องแจ้งให้ กสทช. ทราบ กรณีมีการเปลี่ยนแปลงของแผนบริหารจัดการดาวเทียมไทยคม 5 ในภาวะฉุกเฉิน หรือมีผลกระทบต่อผู้ใช้บริการอย่างมีนัยสำคัญ 5.เมื่อประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ มีผลบังคับแล้วไทยคม ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศดังกล่าวให้ครบถ้วนโดยเร็วต่อไป และ 6.เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการให้ไทยคม ปฏิบัติตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศตามที่ได้มีการลงนามผูกพันตามสัญญาให้ถูกต้องครบถ้วน

“ไทยคม สามารถดำเนินการโอนย้ายลูกค้าไปยังดาวเทียมต่างชาติได้ทันที เนื่องจากอยู่ในภาวะฉุกเฉิน โดยจากนี้ สำนักงาน กสทช. จะส่งหนังสือถึงไทยคม เพื่อทราบต่อไป แต่ในเบื้องต้นไทยคมรับทราบมติดังกล่าวแล้ว” นายฐากร กล่าว