‘จุรินทร์’ รุกอินเดียเร่งขายแป้งมัน เฟอร์ฯยาง ก่อสร้าง รับรอง ‘ลดใช้พลาสติก-หนุนคนอินเดียมีบ้าน’

‘จุรินทร์’รุกอินเดียรอบ2 เร่งขายแป้งมัน เฟอร์นิเจอร์ยาง ก่อสร้าง รับรอง 2นโยบายลดใช้พลาสติก-หนุนคนอินเดียมีบ้าน เล็งขายตรงปาล์มน้ำมัน

เมื่อวันที่ 17 มกราคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการเป็นประธานเปิดพิธีกิจกรรมการเจรจาและสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างไทย-อินเดีย ซึ่งมีชาวอินเดียให้สนใจเข้างานกว่า 200 คน ที่โรงแรม ITC Gardenia เมืองเบงกาลูรู ว่า อินเดียเป็นหนึ่งในเป้าหมายการบุกตลาดใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก และหนึ่งใน 18 ประเทศเป้าหมายการเยือน โดยครั้งนี้เป็นนำคณะเอกชนและเยือนอินเดียครั้งที่ 2 ต่อจากเดือนกันยายนที่ผ่านมาที่ได้นำคณะผู้แทนการค้าของไทยไปเจรจาการค้า ณ เมืองมุมไบและเจนไน ที่ได้สร้างมูลค่าการค้ากวํา 12,000 ล้านบาท จากกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การลงนาม บันทึกความเข้าใจ (MOU) ตกลงซื้อขายสินค้าเกษตร รวมถึงการเจรจาหารือกับ สมาคมการค้าและผู้นำเข้ารายสำคัญของอินเดียในประเภทธุรกิจต่างๆ

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขณะที่ปัจจุบันประเทศต่างๆได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนไม่มากก็น้อย แตํอินเดีย กลับไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ อาจเพราะเศรษฐกิจอินเดียพึ่งพาตลาดภายในที่เข้มแข็งจากการบริโภคภายในประเทศ ด้วยจำนวนประชากรกวํา 1,300 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน และ จากรายงาน World Population Prospects 2019 จัดทำโดยองค์การ สหประชาชาติคาดการณ์ว่า ค.ศ. 2030 หรือเพียง 10 ปีข้างหน้า อินเดียจะ มีประชากรรวมมากถึง 1,500 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกแซงหน้าจีน และในปี 2040 อินเดียจะมีประชากรเพิ่มขึ้นถึง 1,590 ล้านคน ดังนั้น คงไม่เป็นการกล่าวเกินจริงหากจะพูดว่า อินเดียจะเป็นพลวัตสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจโลกในทศวรรษใหม่และในอนาคตต่อไป

สำหรับการค้าอินเดียเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 11 ของไทย และเป็นอันดับ1 ในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยปี 2561 มูลค่าการค้ารวมระหว่างอินเดียและไทยเติบโตเท่ากับ 12,453 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 20.45 จากปีก่อนหน้าและ มูลค่าการค้ารวมของทั้งสองฝ่ายในช่วง 11 เดือนของปี 2562 ยังคงเติบโตได้ถึง 11,311 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมั่นใจอย่างยิ่งว่าการค้าสองฝ่ายยังคงสามารถขยายตัวได้อีกมากในอนาคต อีกประการหนึ่งเมืองเบงกาลูรู รัฐกรณาฏกะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศหรือคลัสเตอร์ด้านไอทีของอินเดียที่มีชื่อเสียงในระดับสากล จนได้รับการขนานนามว่า “ซิลลิคอนวัลเลย์แหํงอินเดีย” การเติบโตของอุตสาหกรรมไอที ในเมืองเบงกาลูรูส่งผลให้เกิดการขยายตัวของชุมชนเมือง รวมถึงการขยายตัวของ ธุรกิจและอุตสาหกรรมสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และการทํองเที่ยว เป็นต้น ซึ่งย่อมสํงผลให้เกิดความ ต้องการสินค้าและบริการอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย อาทิ อาหาร เฟอร์นิเจอร์ ไลฟ์ สไตล์ เครื่องสำอาง เครื่องใช้สำนักงาน ตลอดจนธุรกิจบริการร้านอาหาร และโลจิสติกส์ เป็นต้น ซึ่งเห็นว่าสินค้าส่งออกของไทยสามารถเข้ามาเติมเต็มความ ต้องการของผู้บริโภคอินเดียในแต่ละสาขาได้ สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของ ไทยหลายรายการต่างได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพในระดับสากล และมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นสํวนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ ของอินเดียได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง

นายจุรินทร์ กล่าวภายหลังเปิดงานว่าครั้งนี้นำคณะเอกชนมาเจรจาการค้า 80 รายเพิ่มจากครั้งก่อนเท่าตัว คาดว่าจะเพิ่มมูลค่ากว่าครั้งก่อนที่สร้างรายได้กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท และใช้โอกาสนี้สร้างรับรู้สินค้าใหม่ๆ ที่รองรับ 2 นโยบายอินเดีย คือ นโยบายการรณรงค์ห้ามใช้พลาสติก ซึ่งเป็นโอกาสดีต่อการส่งออกแป้งมันสำปะหลัง เพื่อนำมาแปรรูปทำพลาสติกชีวภาพ และนโยบายชาวอินเดียทุกคนต้องมีบ้าน ที่จะเป็นโอกาสอุตสาหกรรมก่อสร้างและตกแต่งบ้านของไทย โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ผลิตจากไม้ยางพารา จากเดิมคนอินเดียจะรู้จัก ไม้สักเป็นหลัก นอกจากนี้กำลังหาลู่ทางส่งออกพืชเกษตรอื่น เช่น ปาล์มน้ำมัน จะเน้นขายตรงมาอินเดีย จากปัจจุบันส่งผ่านสิงคโปร์ เรื่องสั่งให้กรมการค้าต่างประเทศและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผลักดัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ 80 รายประกอบด้วย แป้งมันสำปะหลัง ไม้ยางพารา ยางพารา ผลไม้และอาหารแปรรูป วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และวัสดุ ตกแต่งภายใน แฟชั่นและเครื่องสำอาง กระดาษและเครื่องเขียน พลาสติกและปุ๋ย ชีวภาพ เป็นต้น ตลอดจนธุรกิจบริการโลจิสติกส์

นายจุรินทร์ กล่าวว่า พร้อมกันนี้ได้ขยายช่องทางธุรกิจร้านค้าออนไลน์ของไทย (TOPTHAI Store) บนเว็บไซต์ Bigbasket.com และ Bigbasket Application ซึ่งจะเป็นร้านค้าออนไลน์ที่รวบรวมสินค้าไทยกว่า 200 รายการในกลุ่ม สินค้าอาหาร ผัก ผลไม้ พลาสติก และเครื่องถ้วยชามกระเบื้องหรือเมลามีนบน แพลตฟอร์มของซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ที่ขายสินค้าอาหาร ผลไม้และสินค้าอุปโภค บริโภคขนาดใหญํที่สุดของอินเดีย ซึ่งถือเป็นความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ได้มี โอกาสส่งออกสู่ตลาดโลกดังเช่นอินเดียได้เพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในครั้งนี้ได้มีการบันทึกความเข้าใจ (MOU) รวม 3 ฉบับ ระหวํางบริษัทของไทยและอินเดียเพื่อตกลงซื้อขายสินค้ากลุ่มแป้งมันสำปะหลัง แปรรูปและวัสดุก่อสร้าง สินค้าแป้งมันสำปะหลัง โดยเฉพาะแป้งมันสำปะหลังแปรรูปเป็นสินค้าเกษตรสำคัญอีกรายการหนึ่งที่ไทยมีเป้าหมายขยายการค้ากับอินเดีย ให้เพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในหลายอุตสาหกรรมของอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาหาร กระดาษ สิ่งทอ ก่อสร้าง และเภสัชภัณฑ์ เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงการค้าเสรี อาเซียน-อินเดียได้อีกด้วย และ ผมได้มอบหมายให้จัดการประชุมโต๊ะกลมและการเจรจาธุรกิจระหวํางผู้ส่งออกของไทยและผู้นาเข้าแป้งมันสำปะหลังของอินเดีย ในการเยือนครั้งนี้ เพื่อเร่งขยายโอกาสทางการค้าระหว่างกันต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ธนาธร’โพสต์ พรุ่งนี้อาจเป็นวันสุดท้าย นัดมธ.รังสิตบ่าย2 ก่อน21 ม.ค.ศาลชี้คดี“อิลลูมินาติ”
บทความถัดไปการแสดงคอนเสิร์ตดนตรีในสวน ครั้งที่ 27 ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563 เวลา 17.30 น.