‘สรท.’ ชี้ 12 มาตรการแก้ฝุ่นของรัฐบาล แค่ระยะสั้น

19.01.20 | 17:29 น.

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า กรณีที่รัฐบาลพิจารณา 12 มาตรการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ที่มีแนวโน้มรุ่นแรงขึ้นในหลายพื้นที่ เบื้องต้นมองว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นเป็นหลักก่อน เนื่องจากความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น แต่ยังขาดการพูดถึงมาตรการแก้ปัญหาระยะยาว อาทิ การเฝ้าระวังการเผาสิ่งของจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการเจรจาเรื่องต่างๆ เหล่านี้จะดำเนินการอย่างไรนั้น คงต้องอาศัยความร่วมมือของประเทศในอาเซียนว่าจะทำอย่างไรต่อไป

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ มาตรการแก้ปัญหาระยะสั้น บางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการหยุดให้บริการ หรือการเดินทางขนส่งสินค้าที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งหากมีระเบียบหรือข้อกำหนดที่เข้มงวดชัดเจนถึงการหยุดเดินรถ อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมที่ปัจจุบันเกิดการชะลอตัวอยู่แล้ว เนื่องจากด้านการขนส่งโลจิสติกส์ต่างๆ ในเวลาจำกัด การขนส่งสินค้าไปยังโรงงานที่อยู่พื้นที่ชั้นใน กทม. จำเป็นต้องใช้ถนนกาญจนาภิเษก ทั้งจะทำให้รถบรรทุกกระจุกตัวหนักขึ้นในช่วงที่อนุญาตให้วิ่ง เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้รถติดมากขึ้นกว่าที่เดิม ส่วนท่าเรือก็ไม่สามารถบริหารรถได้ทัน รวมถึงท่าเรือบกก็ยังขาดแคลนอุปกรณ์ในการขนส่งสินค้าในระบบรางแทน ทำให้ปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมถือว่าไม่ได้ปรับลดลง

“มองว่าการตรวจสอบมาตรฐาน อาทิ ควันดำ ถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำ และจำเป็นที่จะต้องทำ โดยต้องทำให้เกิดการเรียนรู้ การรับผิดชอบของทั้งภาคประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคราชการ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความจำเป็น และในหลายข้อก็เป็นมาตรการที่ดี อาทิ การลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคลที่เดินทางคนเดียว การดูแลเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดมลพิษ ซึ่งด้านนี้หากเสริมมาตรการระยะยาวเข้าไป เป็นเรื่องของมาตรฐานการปล่อยกำมะถัน หรือซัลเฟอร์ ให้มีการกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสมและชัดเจน เพื่อให้แต่ละฝ่ายเตรียมการล่วงหน้าได้ทัน และมีตัวช่วยสำหรับการปรับเปลี่ยน เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะทำให้เกิดการดิสรัปชั่น ซึ่งด้านอุตสาหกรรมก็มีความชัดเจนในการกำหนดค่ามาตรฐานต่างๆ อยู่แล้ว เพียงต้องตรวจสอบและเก็บบันทึกให้เป็นประจำมากขึ้นเท่านั้น ส่วนในแง่มุมของการก่อสร้างต่างๆ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ส่วนตัวเห็นด้วยกับการที่จะต้องเข้าไปดูแลเข้มงวดโดยเฉพาะเรื่องของการปิดกั้นด้วยแผงหรือผ้าใบ เพื่อป้องกันฝุ่นและความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบ” นายวิศิษฐ์ กล่าว

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะเบื้องต้น ควรชะลอการบังคับใช้มาตรการกำหนดวลาเดินรถออกไปก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินการในโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบและการลงทุน เพื่อรองรับการดำเนินการในอนาคต ได้แก่ 1.การเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรถไฟ เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแคร่และอุปกรณ์ยกขน นอกเหนือจากแผนการลงทุนตามปกติ รวมถึงการเตรียมรถจักรและรถพ่วงแคร่บรรทุกให้มีความพร้อมต่อการใช้งานอยู่เสมอ 2.เร่งรัดการทำสัญญาสัมปทานสถานีบรรจุและคัดแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี ลาดกระบัง) ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันการส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่ไอซีดีลาดกระบัง เนื่องจากปริมาณตู้สินค้าเพิ่มขึ้นเกินกว่าปริมาณที่สามารถรับได้ 3.การพัฒนาสถานีบรรจุและคัดแยกสินค้ากล่อง (เอชีดี) แห่งใหม่ รอบพื้นที่กรุงเทพ และ 4.เร่งรัดการดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบของการขนถ่ายสินค้าได้เปลี่ยนเป็นระบบคอนเทนเนอร์เป็นส่วนมาก เพื่อสะดวกในการขนถ่ายสินค้า

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 12 มาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละออง ประกอบด้วย 1.ขยายเขตพื้นที่จำกัดรถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯจากวงแหวนรัชดาภิเษก เป็นวงแหวนกาญจนาภิเษก 2.ห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯในวันคี่ ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 3.ตรวจวัดควันดำรถโดยสาร (ไม่ประจำทาง) ทุกคัน โดยเพิ่มชุดตรวจเป็น 50 ชุด ครบทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ 4.กรมการขนส่งทางบกปฏิบัติการร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจรในการตรวจสอบ ตรวจจับรถควันดำสำหรับรถโดยสารและรถบรรทุก เพื่อออกคำสั่งห้ามใช้รถ 5.ตรวจสอบโรงงานที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองหากไม่เป็นไปตามมาตรฐานให้สั่งปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือสั่งหยุดการประกอบกิจการ 6.กำกับให้กิจกรรมการก่อสร้างรถไฟฟ้าและก่อสร้างอื่นๆเป็นไปตามข้อกำหนดไม่ทำให้เกิดฝุ่นและปัญหาการจราจร บริเวณรอบพื้นที่ก่อสร้าง

Advertisement

7.ไม่ให้มีการเผาในที่โล่ง ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่กระทำการเผา 8.จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาศัยอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคุมการเผาในที่โล่งในช่วงสถานการณ์วิกฤติฝุ่นละออง และเข้มงวดการควบคุมยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง 9.ลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกิน 10 PPM ซึ่งเป็นน้ำมันที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองน้อย 10.ขอความร่วมมือลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงานและรถยนต์ของส่วนราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคัน 11.ให้ภาครัฐ ภาคเอกชนและสถานศึกษาสนับสนุนการจัดโครงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ดีเซลที่มีอายุเกิน 5 ปี เพื่อช่วยลดฝุ่นละออง และ 12.สร้างการรับรู้และเข้าใจแก่ประชาชน เกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง