เฮ! แบงก์ชาติผ่อนเกณฑ์แอลทีวี กู้ซื้อเฟอร์ฯ-ตกแต่งเพิ่มได้ 10%

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย(มาตรการแอลทีวี) อีกครั้ง เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้มีบ้านหลังแรกได้ง่ายขึ้นและช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเข้าอยู่อาศัยทั้งนี้เพื่อดูแลประชาชนที่จำเป็นต้องมีบ้าน2 หลังให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นเมื่อผ่อนชำระมาระยะหนึ่งแล้วหลังจากที่ออกมาบังคับตั้งแต่เดือนเมษายน2562 ซึ่งก่อนหน้าช่วงเดือนสิงหาคม2562 ได้ผ่อนปรนให้ผู้กู้ร่วมที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในบ้านสัญญานั้นเสมือนว่ายังไม่เป็นผู้กู้สำหรับเกณฑ์ใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม เป็นต้นไป

นายรณดล กล่าวว่า บ้านราคาต่ำกว่า10 ล้านบาทสัญญาที่ 1 สามารถกู้ได้สูงสุดโดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ตามเดิมแต่สามารถกู้ได้เพิ่มอีก10% ของมูลค่าหลักประกันสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเช่นเฟอร์นิเจอร์การตกแต่งบ้านการซ่อมแซมหรือต่อเติมเป็นต้นโดยหนี้ส่วนนี้เป็นจะหนี้ที่มีบ้านเป็นหลักประกันจะได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าการกู้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือใช้บัตรเครดิต ส่วนบ้านสัญญาที่2 หากผ่อนสัญญาแรกมาแล้วตั้งแต่2 ปีขึ้นไปให้วางเงินดาวน์ขั้นต่ำ10% หากผ่อนสัญญาแรกน้อยกว่า2 ปีต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ20% เดิมกำหนดระยะเวลา3 ปีขึ้นไปและสัญญาที่3 ขึ้นไปวางดาวน์ขั้นต่ำ30%

นายรณดล กล่าวว่า ขณะที่บ้านราคา10 ล้านบาทขึ้นไปสัญญาที่1 ลดการวางเงินดาวน์ขั้นต่ำอยู่ที่10% จากเดิมต้องวางดาวน์ขึ้นต่ำ20% สัญญาที่2 วางดาวน์ขั้นต่ำ20% และสัญญาที่3 ขึ้นไปวางดาวน์ขั้นต่ำ30% นอกจากนี้ธปท. ได้ปรับลดหลักเกณฑ์เงินกองทุนที่ต้องดำรงจาก75% ลงมาอยู่ที่35% สำหรับการกู้ซื้อบ้านสัญญาแรกที่ต่ำกว่าราคาต่ำกว่า10 ล้านบาทและการกู้สร้างบ้านบนที่ดินปลอดภาระเพื่อสนับสนุนให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้กู้กลุ่มนี้มากขึ้น

หลังจากผ่อนปรนแอลทีวีทำให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นและส่งให้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปรับดีขึ้นคาดว่ายอดสินเชื่อบ้านหลังจากนี้จะเติบโตขึ้นอย่างน้อย5% จากช่วง11 เดือนแรก2562 ที่เติบโต10.8% อย่างไรก็ดียังไม่เหมาะสมที่ให้กู้ได้สูงสุดโดยไม่ต้องวางเงินดาวน์สำหรับการกู้ซื้อบ้านสัญญาที่2 เพราะพบข้อมูลว่ามากกว่าครึ่งของผู้กู้ที่ซื้ออาคารชุด2 หลังพร้อมกันมีระยะห่างระหว่างการกู้สัญญาที่1 และสัญญาที่2 ไม่ถึง1 ปีสะท้อนว่าเป็นการกู้เพื่อเก็งกำไรมากกว่าเพื่ออยู่อาศัยจริงทั้งนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปเพราะแนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) สินเชื่อบ้านยังอยู่ในระดับสูงเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่3.7% ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากสิ้นปี2561 ที่3.25% และยังมีแนวโน้มที่จะขยับเพิ่มขึ้นนายรณดล กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ราชกิจจาฯเผยแพร่ พ.ร.ฎ กำหนดเขตพื้นที่ตั้งสถานบริการเพิ่ม 5 จังหวัด
บทความถัดไปตกเย็น ฝุ่นกรุงเทพขึ้นที่ 5 ของโลก ส่วนเชียงใหม่อยู่อันดับ8