นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า การผ่อนเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้ผู้กู้ได้รับวงเงินเพิ่มขึ้นจากหลักประกันเป็น 110% โดยในส่วนที่เพิ่มขึ้น 10% เป็นการของกู้เพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งต้องแยกบัญชี ธนาคารสามารถให้ดอกเบี้ยเท่ากับหลักประกัน หรืออาจจะสูงกว่าเล็กน้อย คาดว่าการผ่อนเกณฑ์LTVดังกล่าวทำให้สินเชื่อของธนาคารเพิ่มขึ้น 5-10% จากปีนี้ตั้งเป้าหมาย 2.09 แสนล้านบาท
“การผ่อนคลายมาตรการถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้ผู้กู้สามารถกู้เงินเพิ่มขึ้น 5-15% ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น และทำให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยขณะนี้ ธอส.เตรียมเปิดตัวสินเชื่อตัวใหม่ ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า 2.77% ต่อปี เป็นอัตราต่ำสุดในขณะนี้ โดยเงินที่นำมาปล่อยสินเชื่อดังกล่าวมาจากการขยายสลากออมทรัพย์รุ่นใหม่ 5 หมื่นล้านบาท” นายฉัตรชัยกล่าว
นายฉัตรชัยกล่าวต่อว่า เตรียมเสนอไปยังคณะกรรมการธนาคารในการประชุมวันที่ 28 มกราคมนี้ เรื่องการออกสลากออมทรัพย์ ธอส. 5 หมื่นล้านบาท ขายให้รายย่อย ใบละ 5 หมื่นบาท จำนวน 1 ล้านใบ มีอายุ 2 ปี จ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ในอัตรา 1%ต่อปี และหากซื้อผ่านออนไลน์รับดอกเบี้ย 1.1% ต่อปี นอกจากดอกเบี้ยจูงใจแล้วจะมีรางวัลพิเศษเดือนละ 100 รางวัล รางวัลละ 5 หมื่นบาท และรางวัลแจ๊กพ็อต ไตรมาสละ 10 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท คาดว่าจะจูงใจให้ประชาชนมาซื้อสลาก ธอส. มีแผนเปิดขายในเดือนกุมภาพันธ์ และคาดว่าจะหมดในเดือนมีนาคม ซึ่งภายใน 2 ปี ธอส.ตั้งเป้าออกสลากออมทรัพย์ 3 แสนล้านบาท จากขณะนี้มีสลากออมทรัพย์ 3.7 หมื่นล้านบาท
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ความคืบหน้าในการโครงการบ้านดีมีดาวน์ ซึ่งรัฐคืนเงินดาวน์ 5 หมื่นบาท ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 9 หมื่นราย อนุมัติเงินดาวน์คืนไปแล้ว 6,000 ราย ส่วนการปล่อยสินเชื่อตามมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ตามนโยบายของรัฐ อัตราดอกเบี้ย 2.5% ปัจจุบัน มีผู้ยื่นคำขอกว่า 1 หมื่นราย คิดเป็นวงเงิน 2.1 หมื่น ล้านบาท ซึ่งอนุมัติแล้ว 9 พันราย วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท

