ก.อุตฯเล็งถกททท. – ธ.ก.ส.ชูอัตลักษณ์ชุมชนสร้างแลนด์มาร์คท่องเที่ยว ยกระดับศก.ฐานราก26.9ล้านคนมีรายได้เพิ่ม กสอ.จัดดิจิทัล เดย์ ดึงผู้คิดแอปฯเจอเอสเอ็มอี
น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก 26.9 ล้านคน คิดเป็น 40% ของประชากรทั้งประเทศ และส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม ตามนโยบายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า เพื่อขานรับนโยบายดังกล่าวกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) จึงได้จัดประชุมรับฟังความเห็นระดมความคิดกับผู้นำพื้นที่ ทั้งสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัดสมาพันธ์เอสเอ็มอีจังหวัด สภาเกษตรกรจังหวัด ผู้นำภาคประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่เพื่อสานพลังร่วมกันส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในเชิงพื้นที่ และเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมหารือเชิงนโยบายร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อร่วมกันจัดทำนโยบายในการพัฒนาขับเคลื่อนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นหัวหอกดึงนักท่องเที่ยวให้เข้าถึงชุมชนที่มีศักยภาพเพื่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่พื้นที่ ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงแข็งแรง และถือเป็นอีกมิติของการทำงานเชิงบูรณาการตามแนวทางของรัฐบาล
“กสอ.ได้ดำเนินการโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ ซีไอวี อยู่แล้ว แต่บางพื้นที่อาจมีข้อจำกัด จึงร่วมมือกับททท.สร้างเส้นทางการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น ขณะเดียวกัน กสอ.จะร่วมกับธ.ก.ส.ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรรูปแบบใหม่รองรับการท่องเที่ยว อาทิ โฮมสเตย์ แปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเป็นของฝากช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากกิจการที่พัก ร้านอาหาร และร้านของฝาก”น.ส.สุชาดากล่าว
นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกสอ.เปิดเผยว่า กสอ.อยู่ระหว่างลงพื้นที่รับฟังและหารือแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนในหลายพื้นที่ โดยครั้งนี้ได้ลงพื้นที่อีสานตอนล่าง 4 จังหวัด นครชัยบุรินทร์ ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์และสุรินทร์ มีตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัดสมาพันธ์เอสเอ็มอีจังหวัด สภาเกษตรกรจังหวัด ผู้ประกอบการในพื้นที่ ผู้นำชุมชน และตัวแทนจาก ททท. และ ธ.ก.ส. ในพื้นที่เข้าร่วม มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเสนอแนะแนวทางการทำงานเพื่อสร้างจุดแข็งให้กับพื้นที่ อาทิ การสร้างแลนด์มาร์คเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้นและกระจายสินค้าไปสู่นักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง การสร้างศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาการผลิตผ้าไหมในพื้นที่การส่งเสริมกิจกรรมเกี่ยวกับการทอผ้าไหม ถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาในพื้นที่และชุมชนพร้อมขับเคลื่อนให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักในภาพที่กว้างขึ้น ใช้ระบบดิจจิทัลสร้างแพลทฟอร์มด้านการตลาดออนไลน์เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มช่องทางในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่นครชัยบุรินทร์ให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวเพื่อกระจายรายได้ทั่วถึงทุกกลุ่มจังหวัด รวมถึงการยกอัตลักษณ์ด้านอาหารอย่างโต๊ะโคราช
นายณัฐพล กล่าวว่า นอกจากนี้ได้ขอให้ กสอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยปรับกลไกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินและเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการในการหาเงินลงทุนในการพัฒนาศักยภาพสถานประกอบการเพื่อให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ หรือขยายตลาดสู่สากลได้มากขึ้น รวมถึงการจัดอบรม สัมมนา เพื่อพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เพิ่มขึ้น
นายณัฐพลกล่าวว่า กสอ.ได้เตรียมจัดงานวัน ดี-เดย์(ดิจิทัล เดย์) วันที่ 30 มกราคม 2563 เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ใช้ดิจิทัลแอพพลิเคชัน โดยภายในงานจะมีผู้ประกอบการซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันมานำเสนอบริการเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกในระบบไอ-อินดัสเทรียล ได้ทดลองใช้ฟรี เชื่อว่าจะรองรับแผนการดำเนินงานที่ทางกสอ.จะมีร่วมกับ ททท.และ ธ.ก.ส.ในอนาคต

