นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ในปี 2562 สถิติในภาคการท่องเที่ยวของกรุ๊ปทัวร์นำเที่ยว ติดลบแทบทั้งหมดในรายตลาด โดยอ้างอิงจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวในประเทศไทย และใช้บริการผ่านสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) แต่สำหรับตลาดในภาพรวมยังเป็นบวก เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยทั้งหมด จำนวน 39.663 ล้านคน บวก 3.89% สะท้อนให้เห็นถึงการท่องเที่ยวที่ยังสามารถเติบโตได้ เพียงแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติแนวโน้มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเดินทางมากขึ้นเท่านั้น โดยในปี 2562 ภาคการท่องเที่ยวไทยมีอุปสรรคในเรื่องค่าเงินบาทที่ปรับแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง แต่ยังถือว่ามีมุมบวกอยู่บ้าง เนื่องจากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เดินหน้าต่อไป
นายวิชิตกล่าวว่า ในปี 2563 บทบาทของค่าเงินบาทยังมีความสำคัญอยู่ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มเปิดเผยว่า ค่าเงินบาทอาจจะเคลื่อนไหวแข็งค่าสุดแตะระดับ 27-29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยหากเงินบาทสามารถเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 30-31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก็ยังเป็นระดับที่พอไปได้ ไม่เจ็บตัวมากนัก แต่หากปรับขึ้นมาถึงระดับ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ ก็จะเป็นระดับที่ดีและรู้สึกขอบคุณมาก หากทำได้จริง โดยประเมินว่าภาพรวมการท่องเที่ยวในช่วง 1-2 ปีต่อจากนี้ จะเติบโตได้ที่ 3-5% จำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 41-42 ล้านคน แต่จะสามารถทำได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการทำงานของทั้ง 3 ฝ่ายคือ รัฐบาล นำโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เป็นฝ่ายบริหาร และนโยบายต่างๆ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่รับผิดชอบเรื่องการทำการตลาด และภาคเอกชน ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีคุณภาพมากที่สุด
“หากค่าเงินหากเข็งค่าถึง 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะส่งผลกระทบทำให้เป้าหมายภาคการท่องเที่ยวที่ตั้งไว้ ทำได้ไม่ตรงตามเป้าหมายอย่างแน่นอน โดยตั้งเป้าการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 41 ล้านคน ส่วนรายได้ก็จะปรับน้อยลงโดยอัตโนมัติ เพราะหากค่าเงินบาทแข็งมากๆ นักท่องเที่ยวก็จะระมัดระวังในการใช้จ่าย เพื่อจัดสรรเงินให้เพียงพอกับจำนวนที่กำหนดไว้ในการเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง อีวีซ่า จะมีมาตรการประกาศขยายฟรีวีโอเอล่วงหน้า โดยการประกาศต้องขยายล่วงหน้า ยิ่งเร็วยิ่งดี เพื่อให้ผู้ประกอบการทัวร์ สามารถวางแผนทำแพคเกจทัวร์ และเสรอขายให้กับนักท่องเที่ยวจีน เพื่อดึงดูดความสนใจมากขึ้น”นายวิชิตกล่าว
นายวิชิตกล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาด และพบผู้เสียชีวิตชาวจีนในขณะนี้ ต้องเตือนให้ผู้ประกอบการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากทางการจีนว่า ข้อสรุปของการระบาดเชื้อไวรัสดังกล่าวจะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งส่วนตัวค่อนข้างมั่นใจว่า รัฐบาลจีนจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะเคยมีโรคระบาดออกมาแล้วในส่วนของโรคซาร์ ที่ระบาดไปทั่วโลกในช่วง 10 ปีที่ผ่าน รวมถึงการระบาดในครั้งนี้ก็รู้ในระยะแรกๆ จึงเชื่อว่าจะไม่ร้ายแรงมากเท่าครั้งที่ผ่านมา โดยมองว่ามาตรการควบคุมของไทยมีความเข้มแข็งมาก ตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน ในส่วนของบริษัททัวร์ก็ตื่นตัวในการทำงาน โดยมีการเก็บข้อมูลของนักท่องเที่ยว ทั้งที่พักและการเดินทาง เพื่อให้ตามหาได้หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมให้เที่ยวบินลงจอดภายในบริเวณจุดจอดเครื่องบินเฉพาะที่กำหนดไว้เท่านั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจสอบร่างกายของนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่เข้าประเทศไทย ว่าจะเข้าข่ายผู้ติดเชื่อหรือไม่ เพื่อสร้างความมั่นใจ

