หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘กสทช.’ เอ็มโ...

‘กสทช.’ เอ็มโอยู ‘ทอท.’ นำร่องให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ ที่สุวรรณภูมิ

22.01.20 | 19:07 น.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วยการศึกษาและการให้บริการผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมในระบบ 5G ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงานครั้งนี้ เพื่อเริ่มให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการให้บริการผู้โดยสารและประชาชนภายในสนามบิน ซึ่งถือเป็นประตูด่านแรกของนักเดินทางทั่วโลก

นายฐากร กล่าวว่า ทั้งนี้ ตามแผนของสำนักงาน กสทช. จะมีการจัดประมูลคลื่นความถี่ทั้งหมด 4 ย่าน ได้แก่ ย่านความถี่ 700, 1800, 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งคาดว่า จะออกใบอนุญาตได้ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยผู้รับใบอนุญาตสามารถเริ่มติดตั้งโครงข่ายได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 หลังจากนั้นหากมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) วางโครงข่ายในท่าอากาศยานก็จะสามารถให้บริการระบบ 5G เชิงพาณิชย์ได้ในเดือนพฤษภาคม 2563

“การทดลองให้บริการระบบ 5G ครั้งนี้จะเริ่มในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก่อน และหากโอเปอเรเตอร์พิจารณาแล้วมีความคุ้มค่า จะขยายไปยังท่าอากาศยานแห่งอื่น ซึ่งจากนี้ ให้ ทอท. พิจารณาว่า จะนำเทคโนโลยี 5G ไปปรับใช้ด้านใดบ้าง และประสานไปยังโอเปอเรเตอร์เพื่อลงทุนวางโครงข่าย เพื่อผลักดันให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นสมาร์ทแอร์พอร์ตในอนาคต” นายฐากร กล่าว

นายฐากร กล่าวว่า ทั้งนี้ หากการประมูล 5G เป็นไปตามแผน คาดว่าเดือนมิถุนายน- กรกฎาคม 2563 จะสามารถเปิดให้บริการ 5G ได้ในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ย่านใจกลางเมือง ซึ่งการเปิดให้บริการดังกล่าวจะใกล้เคียงกับการเปิดบริการ 5G ของประเทศญี่ปุ่นที่มีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในเดือนกรกฎาคม 2563

Advertisement

“การผลักดันการให้บริการระบบ 5G ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้สามารถแข็งขันกับประเทศต่างๆ ได้ รวมถึงสร้างความพร้อมเพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี ความสามารถในการแข่งขันทางการค้า เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การแพทย์ นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการเกษตร การค้า ขนส่ง และบริการ” นายฐากร กล่าว