หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ฮั่วเซ่งเฮง’...

‘ฮั่วเซ่งเฮง’ คาดตรุษจีนดันราคาทองพุ่ง ชี้มีโอกาสแตะ 22,500 บาท

23.01.20 | 10:21 น.

นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 25 มกราคม 2563 เบื้องต้นพบว่าทองคำยังมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่อง โดยคาดว่าสัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงตรุษจีนจะเป็นช่วงที่มีการจับจ่ายซื้อของ เพื่อเตรียมพร้อมในวันตรุษจีน ซึ่งจะเห็นว่าราคาทองสปอตปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 อยู่ที่ 1,568 เหรียญสหรัฐ โดยหากเปรียบเทียบบรรยากาศในขณะนี้กับปี 2562 ยังมีความคึกคักอยู่บ้าง แต่ไม่ได้มากเท่าเดิม เนื่องจากในช่วงต้นต้นปีที่ผ่านมา มีปัจจัยเสี่ยงเรื่องข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทั่วโลก จึงมีการเข้าซื้อทองคำ และขายออกค่อนข้างมาก ทำให้ราคาทองคำในช่วงสัปดาห์แรกของปี 2563 มีการซื้อขายสูงกว่า 5 เท่า หากเทียบกับปี 2562 แต่เมื่อผ่านเข้ามาในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนตรุษจีน แรงซื้อก็ดูจะทรงตัวจากช่วงแรกที่ปรับพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง หมายความว่าขณะนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีนักลงทุนหรือลูกค้าที่รีบเร่งเข้ามาซื้อไว้เหมือนในช่วงที่ผ่านมา

“ขณะนี้ราคาทองคำขายออกบาทละ 22,350 บาท ซึ่งหากเข้าสู่เทศกาลตรุษจีนเต็มตัวแล้ว ประเมินว่าราคาทองคำอาจปรับขึ้นไปสูงสุดแตะระดับ 22,500 บาท สาเหตุมาจากแรงซื้อในช่วงตรุษจีนเป็นหลัก และปัจจัยการถอนตัวจากยุโรปของอังกฤษ (เบร็กซิท) ที่สร้างแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในทั่วโลก รวมถึงความกังวลในเรื่องโรคระบาดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอีกทาง สำหรับทิศทางเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว เบื้องต้นแรงซื้อทองคำแท่งในประเทศไทยเกี่ยวข้องกับภาวะราคาตลาดโลก โดยปี 2563 มีหลายปัจจัยที่เป็นบวกกับราคาทองคำ เพราะเศรษฐกิจโลกดูไม่ดีเท่าที่ควร รวมถึงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่สร้างความผัวนผวนให้กับราคาทองคำ ในทุกครั้งที่มีการประชุมเพื่อเจรจาการค้าระหว่าง 2 ประเทศ และเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะสะสมทองคำมากขึ้น จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง จึงมองว่าน่าจะมีลูกค้าทยอยซื้อเก็บหรือสะสมเพิ่มขึ้น โดยในช่วงตรุษจีนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับขึ้นกว่า 4% ทำให้เชื่อว่าไตรมาส 1 จะเป็นช่วงที่ทองคำราคาดีมากในปี 2563 โดยคาดว่าจุดสูงสุดที่ราคาทองคำจะเคลื่อนขึ้นไปได้ อยู่ที่ 1,650 เหรียญสหรัฐ หรือไม่เกิน 23,000 บาท”นายธนรัชต์กล่าว

นายธนรัชต์กล่าวว่า ในต้นปี 2563 ราคาทองคำถือว่าผ่านจุดสูงสุดในรอบรอบ 7 ปี อยู่ที่ 1,610 เหรียญสหรัฐ ก่อนจะปรับย่อตัวลง หลังจากข้อพิพาทสหรัฐและอิหร่านคลายตัวลง รวมถึงการเจรจาการค้าเฟสแรก ที่สามารถเซ็นสัญญาร่วมกันได้ โดยขณะนี้เริ่มเห็นราคาทองคำทยอยปรับขึ้นตอบรับแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นในช่วงตรุษจีนแล้ว สำหรับค่าเงินบาท ที่ผ่านมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาหลายระดับ และในปี 2563 ก็มีแนวโน้มปรับแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เบื้องตันมองว่าคงไม่แข็งมากเท่าปี 2562 ซึ่งบ่งชาวงที่ค่าเงินแข็งหนักๆ จะเป็นบวกกับราคาทองคำ เนื่องจากจะทำให้ราคาทองคำไม่ปรับขึ้นมากเท่าที่ควร โดยในช่วงที่สินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวน อาทิ ตลาดหุ้นที่แกว่งตัวค่อนข้างสูง อาจมีส่วนทำให้นักลงทุนหันมาสนใจลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่าทองคำยังเป็นขาขึ้นในระยะยาว แต่คงไม่ได้ปรับขึ้นอย่างร้อนแรงมากเหมือนช่วงก่อนหน้าที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นหรือลงตามทิศทางการเจรจาการค้าของสหรัฐและจีน เหมือนช่วงต้นปีก่อนจะปิดข้อตกลงร่วมกันได้ ก็สร้างความผันผวนให้กับราคาทองคำสูงมาก