หน้าแรก เศรษฐกิจ ชาวโคราชเสียง...

ชาวโคราชเสียงแตก ‘ชิม ช้อป ใช้ อินเตอร์’ เชื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่กังวลศก.ไทยไม่ดีอยู่

24.01.20 | 16:59 น.

ชาวโคราชเสียงแตก มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับนโยบาย “ชิม ช้อป ใช้อินเตอร์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีแนวความคิดที่จะนำมาตรการชิมช้อปใช้ เวอร์ชั่นอินเตอร์มาใช้ สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เพื่อดึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย โดยเตรียมที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่อพิจารณาในวันที่ 31 มกราคมนี้ ซึ่งอาจจะเป็นการแจกคูปองเงินสด สำหรับช้อปปิ้งทดแทนค่าเงินบาทที่แข็งค่านั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มกราคม ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา หลากหลายอาชีพ ก็พบว่า มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการชิมช้อปใช้อินเตอร์ โดยกลุ่มชนชั้นกลางขึ้นไป จะเห็นด้วยกับโครงการชิมช้อปใช้อินเตอร์นี้ ขณะที่ชนชั้นฐานรากกลับไม่เห็นด้วย

ร.ต.ต.รัชพล บ้านโคกสูง อายุ 55 ปี อาชีพข้าราชการตำรวจ บอกว่า เห็นด้วยกับมาตรการนี้ เพราะจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้มาเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ส่วนเงินที่เสียไปกับการใช้เป็นคูปองนั้น ก็ถือว่าเป็นการลงทุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับเงินที่นักท่องเที่ยวมาใช้ก็คุ้มค่าแน่นอน

ด้าน น.ส.นารากร กาบกิ่ง อายุ 20 ปี นักศึกษา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายนี้ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลต้องมีการติดตามผลของโครงการด้วย เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาต่อยอดโครงการต่อไปได้

Advertisement

ขณะที่นายสุเทพ ณัฐกานต์กนก อายุ 62 ปี นักธุรกิจเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา กล่าวว่า ตนเองในฐานะเป็นนักธุรกิจก็เห็นด้วยอย่างยิ่งกับโครงการนี้ เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาประเทศไทยลดน้อยลงเป็นอย่างมาก จากผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็งค่า และปัจจัยการส่งออกที่ชะลอตัว ทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศซบเซามาก ดังนั้นการที่รัฐบาลนำเงินก้อนหนึ่งมาใช้เป็นนโยบายชิมช้อปใช้อินเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการให้เป็นคูปองเงินสด หรือให้สิทธิพิเศษด้านอื่นๆ ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ก็จะทำให้เกิดการจับจ่ายซื้อของมากขึ้นตามมา ร้านค้าและบริการที่ได้เงินจากนักท่องเที่ยว ก็จะเกิดการใช้เงินหมุนเวียนไปสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง และอย่าคิดว่าเงินส่วนที่เสียไปนั้นสูญเปล่า เพราะเงินที่ลงทุนไปนั้นเป็นจำนวนเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยว ซึ่งจะมีการใช้เงินไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อหัว ตนจึงเห็นว่าโครงการนี้คุ้มค่าแน่นอน

ด้านนายสังคม คามตะสีลา อายุ 43 ปี พ่อค้าขายมะม่วงตลาดแม่กิมเฮง อ.เมืองนครราชสีมา กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยกับการนำเงินในประเทศไปให้ชาวต่างชาติใช้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำให้เขาสนใจเข้ามาเที่ยวในประเทศหรือไม่ แต่อยากให้นำเงินจำนวนนี้ไปใช้ทำในโครงการอื่นๆ ที่ไม่ใช่การแจกเงิน ซึ่งน่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่า

ด้านนายเสมอ เหล็กมะดัน อายุ 62 ปี อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง กล่าวว่า ตนเองไม่เห็นด้วยกับการนำเงินภาษีของคนไทยไปเป็นคูปองเงินสดให้คนต่างชาติ เพราะลำพังแต่ในประเทศก็เศรษฐกิจไม่ดีอยู่แล้ว เงินทองก็หายาก จึงอยากให้รัฐบาลเน้นมากระตุ้นเศรษฐกิจกับคนไทยด้วยกันก่อนจะดีกว่านำเงินไปแจกชาวต่างชาติ