นายวิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือ หอการค้าไทย เปิดเผยถึงความล่าช้าของพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่า มองว่าเป็นเกมการเมือง และยอมรับว่าภาคเอกชนกังวลในเรื่องงบประมาณที่ออกมาล่าช้า จะกระทบต่อความเชื่อมั่น การใช้จ่ายภาคประชาชน และเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าน่าจะดีขึ้นหลังจากงบประมาณได้ใช้จ่าย จากนั้น 1-2 เดือนก็จะทำให้กำลังซื้อกลับมาคึกคักและเศรษฐกิจท้องถิ่นขยายตัวได้ หากล่าช้าจะซ้ำเติมเศรษฐกิจให้พังลงอย่างรุนแรงได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าความหวังการลงทุนจากภาครัฐและงบประมาณด้านพัฒนาประเทศออกมาใช้ได้ตามแผนจะช่วยชดเชยสิ่งที่ไทยกำลังเผชิญจากปัญหา การส่งออกซบเซา กำลังซื้อในประเทศก็ยังถดถอย ที่เหลือคือ การท่องเที่ยวเริ่มวิตกต่อปัญหาโรคปอดอักเสบของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 ในกลุ่มชาวจีน จะทำให้การท่องเที่ยวจีนมาไทยชะงักลงอีก ซึ่งชาวจีนถือเป็นกลุ่มสำคัญต่อการขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย
“หากงบประมาณที่จะเป็นความหวังสุดท้าย เกิดสะดุดอีกเรื่อง เศรษฐกิจไทยเสียหายหนักแน่ ส่วนตัวไม่คิดว่างบประมาณจะไม่ผ่าน เพราะประเทศยังต้องพัฒนาอีกมาก และเป็นจุดที่จะดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ที่ดูในเรื่องความพร้อมด้านสาธณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานด้วยว่าประเทศใดเด่นกว่ากัน และรองรับการเข้ามาลงทุนของต่างชาติได้ ผมไม่อยากให้เกมการเมืองมาสะดุดเรื่องงบประมาณ ซึ่งงบประมาณปี 2563 ก็ล่าช้ามาแล้ว 3-4 เดือน และก็พิสูจน์ได้ว่าเริ่มเห็นความฝืดของเงินในระบบบ้างแล้ว “นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวว่าการติดตามสถานการณ์ไวรัสโคโรนาระบาดในกลุ่มชาวจีน และรัฐบาลจีนประกาศห้าม 13 เมืองทำกิจกรรมท่องเที่ยวนั้น ได้เริ่มส่งสัญญาณให้ประธานหอค้าภาคเหนือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนี้ โดยจะหารือหลังจากหยุดยาวในช่วงตรุษจีน ซึ่งผลของการหารือจะนำไปเสนอภาครัฐต่อไปว่า จะเร่งดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ ในเบื้องต้นยังพบชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในไทยจำนวนมาก แต่หลังจากมีคำสั่งจากรัฐบาลจีนห้ามเดินทางและต้องการสกัดการระบาดของโรค ต้องตรวจสอบว่าจะกระทบต่อยอดจองโรงแรมที่พัก ยกเลิกทัวร์ล่วงหน้าแค่ไหน เพราะปกติจะมีการจองล่วงหน้าถึงเดือนเมษายนนี้ ซึ่งตรงกับช่วงสงกรานต์ของไทย เป็นเทศกาลที่คนจีนและคนต่างชาตินิยมเที่ยวไทย รวมถึงระยะเวลาที่รัฐบาลสั่งห้ามนั้นนานกี่เดือน หากนานเกิน 3 เดือนก็ย่อมกระทบยอดรวมกลางปีแน่นอน
นายวิโรจน์ กล่าวว่า เบื้องต้นรัฐบาลควรพิจารณาว่าจะช่วยเหลือการท่องเที่ยวในระยะต่อจากนี้อย่างไร เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล ที่จะเสนอคือ ควรใช้มาตรการด้านภาษีหรือลดหย่อนภาษีกระตุ้นการใช้จ่ายท่องเที่ยวไทย และจูงใจชาติอื่นที่ไม่ใช่จีนมากขึ้น อย่างภาคเหนือสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด ชาวจีนไม่เกิน 1 ใน 3 ส่วนใหญ่จะเป็นชาวยุโรป เกาหลี สหรัฐ ดังนั้น ผลกระทบหากจำนวนชาวจีนลดลงจะกระทบต่อกรุงเทพและภาคกลางมากกว่า

