นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.)กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงปัญหาโรคระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 ในจีน ว่า เชื่อว่าทางรัฐบาลจีนอยู่ระหว่างจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ และน่าจะจบลงได้เร็วๆนี้ จึงเชื่อว่าไม่น่ากระทบต่อการค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านต่อเชื่อมถึงจีนมากนัก ประกอบกับทั้งไทยและจีนมีมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบนำเข้าและส่งออกสินค้าเป็นไปตามมาตรฐาน
“ เชื่อมั่นว่าไม่น่าจะกระทบด้านการขนส่งสินค้าตามชายแดนของทั้ง 2 ประเทศอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่กระทบต่อภาคการส่งออกของไทย น่าจะอยู่ที่ปัญหาการแข็งค่าของเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้การค้าชายแดนของไทยไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ “
นายกีรติ กล่าวต่อว่า สำหรับการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยรอบปี 2562 มีมูลค่ารวม1,337,282 ล้านบาท ลดลง 3.43% เป็นการส่งออก 749,422 ล้านบาท ลดลง 2.72% และการนำเข้า 587,860 ล้านบาท ลดลง 4.31% โดยได้เกินดุลการค้า 161,562 ล้านบาท
ทั้งนี้ แยกเป็น1. การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ มูลค่า 1,069,251 ล้านบาท ลดลง 4.57% เป็นการส่งออก 612,490 ล้านบาท ลดลง 5.28% นำเข้า 456,762 ล้านบาท ลดลง 3.59% จึง เกินดุลการค้า 155,728 ล้านบาท และ 2. การค้าผ่านแดนกับ 3 ประเทศ มูลค่า 268,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.42% เป็นการส่งออก 136,933 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.69% นำเข้า 131,098 ล้านบาท ลดลง 6.74% เกินดุลการค้า 5,834 ล้านบาท
นายกีรติ กล่าวว่า การค้าชายแดน มาเลเซีย คงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มูลค่า 514,066 ล้านบาท ลดลง 9.51% เป็นการส่งออก 251,911 ล้านบาท ลดลง 13.12% นำเข้า 262,155 ล้านบาท ลดลง 5.74% รองลงมาคือ ลาว มูลค่า 197,520 ล้านบาท เมียนมา มูลค่า 196,403 ล้านบาท และกัมพูชา มูลค่า 161,262 ล้านบาท ขณะที่การค้าผ่านแดนจีนตอนใต้มีมูลค่าสูงสุด มูลค่า 130,445 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.09% เป็นการส่งออก 53,746 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.28% นำเข้า 76,699 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.74% รองลงมาคือ สิงคโปร์ มูลค่า 72,738 ล้านบาท และเวียดนาม มูลค่า 64,848 ล้านบาท
นายกีรติ กล่าวว่า สถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดนลดลง ปัจจัยกระทบจากค่าเงินบาทแข็งตัวและปัญหาของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และผลกระทบจากภาวะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนยังยืดเยื้อต่อไปเรื่อยๆ ความไม่มีเสถียรภาพของค่าเงินของแต่ละประเทศ รวมถึงไทยและประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เมื่อลงในรายละเอียดรายประเทศ พบว่า การค้าด้านมาเลเซียการส่งออกยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง อาทิ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์ยาง
ด้านลาว สถานการณ์การค้ายังคงลดลง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล รถยนต์ อุปกรณ์ฯ และสินค้าปศุสัตว์อื่นๆ ขณะที่ด้านเมียนมา มูลค่าขยายตัวแต่การส่งออกยังคงลดลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดีเซล เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และผ้าผืน ด้าย สำหรับกัมพูชา นับเป็นประเทศที่การค้าขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 14.26% โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถยนต์ อุปกรณ์ฯ และรถจักรยานยนต์ฯ เป็นต้น

นายกีรติ กล่าวว่า ขณะที่การค้าผ่านแดน ด้านจีนตอนใต้ มีอัตราขยายตัวสูงถึง 26.09% สินค้าส่งออกที่ขยายตัวสูง ได้แก่ ผักผลไม้สดแช่เย็น เครื่องคอมฯ และลำไยแห้ง ด้านสิงคโปร์ สถานการณ์การค้ามีภาวะลดลง อาทิ กลุ่มสินค้าเครื่องยนต์สันดาป เครื่องคอมฯ และแผงวงจรไฟฟ้า ส่วนเวียดนาม สถานการณ์การค้ามีภาวะลดลง อาทิ กลุ่มสินค้าผลไม้สดแช่เย็น เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และลำไยแห้ง
นายกีรติ กล่าวอีกว่า กรมคงเดินหน้าจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน เร่งส่งเสริมการค้าชายแดน ให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล เพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่เขตเศรษฐกิจที่ได้พัฒนาไว้แล้ว กระตุ้นการส่งออกและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกต่อไป
นายกีรติ กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายปี 2563 ยังคงเป้าหมายตามกรอบยุทธศาสตร์กรอบ 5 ปี ที่กำหนดไว้ไว้ที่ 1.8 ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งจากปัจจัยเสี่ยงด้านค่าเงินบาทแข็งค่า สงครามการค้าโลกเพิ่มขึ้น และปัจจัยใหม่ทั้งความขัดแย้งการเมืองโลก การเกิดโรคระบาด ปัญหาน้ำ เป็นต้น จะกดดันตัวเลขเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งเตรียมหารือที่ประชุมคณะกรรมการค้าชายแดนและผ่านแดน ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ในเดือนมีนาคมนี้ก่อน จึงจะกำหนดไว้ว่าเป้าหมายส่งออกตามปัจจัยเสี่ยงที่แท้จริงจะเป็นเท่าไหร่
“อย่างปี 2562 ก็ใช้กรอบตัวเลขเกิน 1.5 ล้านล้านบาท ก็ยังทำได้ต่ำคาดการณ์หรือแค่เกือบ 1.4 ล้านล้านบาทเท่านั้น ทำให้ต้องมีการทบทวนตัวเลขตามยุทธศาสตร์และปรับแผนการทำตลาดที่สอดคล้องกับปัจจัยเสี่ยงที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ “ นายกีรติ กล่าว

