‘กรมชลฯ’ เผยสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ขอประชาชนใช้น้ำประหยัด สำรองไว้ใช้ในอนาคต

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 44,602 ล้านลูกบาศก์เมตร​ (ลบ.ม.)​ คิดเป็น 59% ของความจุเก็บกักรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 20,807 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 40% ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,490 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 42% ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 3,794 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์​น้อย

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/2563 ปริมาณน้ำต้นทุนจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และแหล่งน้ำอื่นๆ สนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทานทั่วประเทศ คิดเป็นปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันทั้งสิ้น 17,699 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีแผนจัดสรรน้ำรวม 4,000 ล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำจาก 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา 3,500 ล้าน ลบ.ม. และผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง 500 ล้าน ลบ.ม. ผลการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/2563 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ถึง ปัจจุบัน ของทั้งประเทศ จัดสรรน้ำไปแล้ว 7,947 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 45% ของปริมาณน้ำใช้การได้ที่จัดสรร

ขณะที่ ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา จัดสรรน้ำไปแล้ว 2,325 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 58% ของปริมาณน้ำใช้การได้ที่จัดสรร ปริมาณน้ำต้นทุนในปี 2562 มีน้อยกว่าปี 2561 หรือมีน้ำต้นทุนที่สามารถจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2561/2562 ทั้งประเทศ ประมาณ 23,000 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา 8,000 ล้าน ลบ.ม. จึงมีเพียงพอสำหรับใช้อุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศเป็นหลัก และปลูกพืชต่อเนื่องบางส่วนเท่านั้น

นอกจากนี้ สำหรับแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2562 ได้วางแผนเพาะปลูกพืชทั้งประเทศ รวมทั้งสิ้น 2.83 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าวนาปรัง 2.31 ล้านไร่ พืชไร่-พืชผัก 0.52 ล้านไร่ ปัจจุบัน ได้ทำการเพาะปลูกทั้งประเทศรวม 3.55 ล้านไร่ โดยรวมเกินแผนฯ แล้ว คิดเป็น 125% ของแผนฯ แยกเป็นข้าวนาปรัง 3.27 ล้านไร่ คิดเป็น 142% ของแผนฯ

Advertisement

นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า และพืชไร่-พืชผัก 0.28 ล้านไร่ คิดเป็น 54% ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่มีแผนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอ แต่จากการสำรวจพบว่าบางพื้นที่ได้ทำการเพาะปลูกพืชนอกแผนฯ รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 1.87 ล้านไร่ ส่วนใหญ่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ของตนเองในการเพาะปลูก

อย่างไรก็ตาม กรมฯ ได้ให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่ บริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุกน้ำ ให้พร้อมใช้งานได้อยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังได้มีการกำจัดวัชพืชไม่ให้กีดขวางทางน้ำ รวมถึงตรวจสอบระบบและอาคารชลประทาน ให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ และยังได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบและตระหนักถึงคุณค่าของน้ำไว้ใช้ในอนาคตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image