หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘วัน ออริจิ้น...

‘วัน ออริจิ้น’ ไม่หวั่นปัจจัยเสี่ยง วางแผนโตระยะยาว ย้ำสร้างกำไรกว่า 500 ล้านบาทต่อปี

29.01.20 | 23:20 น.

นายชาญชัย พันธุ์โสภา กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมปี 2563 แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกเข้ามากระทบจำนวนมาก แต่ในแง่การลงทุนเชื่อว่ายังสามารถลงทุนต่อได้ เนื่องจากสิ่งที่บริษัทเน้นคือ การลงทุนในพื้นที่ที่มีศักยภาพ และขยายธุรกิจไปยังพื้นที่ศักยภาพอื่นๆ โดยเฉพาะโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทำให้มองว่าการลงทุนยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนปัจจัยกระทบที่เข้ามาเป็นเรื่องในระยะสั้น แต่ไม่ได้มองว่าเป็นนัยยะสำคัญ เพราะการทำธุรกิจเป็นเรื่องระยะยาว วางแผนต่อเนื่องในระยะยาวหลายปี ซึ่งหากมีเหตุการณ์เสี่ยงเข้ามา ก็ต้องพยายามบริหารจัดการให้คลายตัวอย่างเร็วที่สุด แม้จะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่หากสามารถทำให้จบเร็วที่สุดได้ ก็จะส่งผลกระทบกับภาพรวมน้อยลง สำหรับทิศทางเศรษฐกิจ ในปี 2561 อยู่ในระดับดี ปี 2562 ค่อนข้างทรงตัว ก็หวังว่าในปี 2563 คงไม่ได้แย่ไปกว่าปี 2562 มากนัก ส่วนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ที่จะกระทบกับภาคการท่องเที่ยวนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วต้องหาช่องทางในการทำตลาดอื่นขึ้นมาทดแทน แต่ประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบมาก เพราะยังเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

“ยังยืนยันว่าทุกวิกฤตมีโอกาสอยู่เสมอ แต่ต้องไม่มองในภาพลบ ต้องมองปัจจัยที่เข้ามาในเชิงบวก โดยเฉพาะฝั่งนักลงทุนเอง อาทิ การส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรอง ทำให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังแหล่งท่องเที่ยวเชิงชุมชนมากขึ้น จึงมีการเข้าไปลงทุนในส่วนของโรงแรมหรือที่พัก ทำให้เกิดโรงแรมที่มีมาตรการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับธุรกิจพื้นที่พาณิชย์ของบริษัทได้แก่ พื้นที่อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีกนั้น บริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนาและสรรหาพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน, กลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ, กลุ่มร้านอาหารขนาดใหญ่, กลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต, กลุ่มบริการพื้นที่สำนักงาน, กลุ่มร้านค้าปลีกขนาดเล็ก, กลุ่มร้านสะดวกซื้อ, กลุ่มบริการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคในยุคใหม่ ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องการขยายความสามารถในการครอบคลุมตลาด แต่ต้องการเพิ่มศักยภาพจากผลตอบแทนการลงทุนที่มากกว่าแค่การเช่าพื้นที่และทำธุรกิจ”นายชาญชัยกล่าว

นายชาญชัยกล่าวว่า ในปัจจุบันพื้นที่พาณิชย์มีการแข่งขันสูงมาก ทำให้ความสมบูรณ์ของการพัฒนาโครงการไม่ว่าจะเป็นโรงแรม พื้นที่สำนักงาน หรือร้านค้าต้องถูกออกแบบและพัฒนาไปด้วยกัน ซึ่งแนวโน้มในอนาคตการตอบสนองความต้องการของโครงการ ไม่ได้แข่งกันด้วยขนาดพื้นที่และความใหญ่โตอย่างเดียว แต่แข่งกันด้วยความสามารถและศักยภาพของพื้นที่ที่ถูกพัฒนาร่มกัน ทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรม ร้านค้าภายในพื้นที่ และสำนักงาน ในพื้นที่ที่ตอบโจทย์วิถีที่เปลี่ยนไปของคนจากรุ่นสู่รุ่น และความสามารถของโครงการที่จะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคและชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งเติมเต็มสีสัน ความมีชีวิตชีวา ในวันที่พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่นิยมสั่งสินค้าและอาหารออนไลน์ ไม่ได้ขยันเดินห้างเหมือนในอดีต และคนรุ่นเดิมที่พฤติกรรมเริ่มโน้มเอียงมาแบบคนรุ่นใหม่ ทำให้ต้องหาพันธมิตรที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้เช่า แต่เป็นพันธมิตรระยะยาวที่อาจเซ็นสัญญาทางธุรกิจร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในโอเพ่น แพลทฟอร์ม

นางกมลวรรณ วิปุลากร ประธานกรรมการ บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมองเห็นปัจจัยบวกที่จะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ระยะยาวหลายปัจจัย อาทิ การผลักดันนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาล, การมอบสิทธิประโยชน์ดึงดูดต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย และต้นทุนการพัฒนาโครงการที่ต่ำลงในช่วงเศรษฐกิจปรับฐาน บริษัทได้วางแผนการพัฒนาโครงการเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว และแผนการดำเนินงานนี้ก็มาพร้อมกับการได้แนวคิดธุรกิจใหม่ คือ โมเดล “โอเพ่น แพลทฟอร์ม เติบโตไปด้วยกัน” โดยแผนการลงทุนและการเติบโตในระยะยาวของบริษัท สามารถโตไปพร้อมกับพันธมิตรได้ ซึ่งจะสามารถสร้างทั้งการเติบโตของธุรกิจ ช่วยเสริมกำลังการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ และเข้ามาช่วยผนึกกำลังทำงานร่วมกัน โดยพันธมิตรในปัจจุบันของกลุ่มบริษัท มีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ 1.การลงทุนในลักษณะพันธมิตรร่วมทุน 2.การเข้ามาเป็นผู้บริหารจัดการโรงแรมในเครือ 3.การเข้ามาเป็นผู้เช่าพื้นที่ 4. ผู้บริหารพื้นที่เช่า 5.เจ้าของที่ดิน ที่มีที่ดินพร้อมร่วมลงทุนพัฒนากับบริษัท ซึ่งโมเดลนี้ บริษัทเปิดกว้างสำหรับบริษัทอื่นๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ

“ขณะนี้ ทุกธุรกิจและทุกอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเริ่มปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล ดิสรัปชั่น โดยเริ่มเห็นหลายบริษัทระดับโลกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ปรับตัวในหลากหลายรูปแบบ เช่น การสร้างความร่วมมือกับบริษัทอื่นๆ ทั้งในประเภทธุรกิจเดียวและต่างประเภทธุรกิจกัน เพื่อให้สามารถพัฒนาโครงการที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแห่งอนาคต บริษัทจึงจะนำโมเดลโอเพ่น แพลทฟอร์ม ซึ่งเป็นโมเดลที่เปิดกว้าง สอดคล้องกับการปรับตัวของภาคธุรกิจทั่วโลก เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต เพื่อให้บริษัทสามารถก้าวไปได้อย่างมั่นคง” นางกมลวรรณ กล่าว

Advertisement

นายปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และทยอยเปิดให้บริการจนถึงปี 2566 รวมไม่น้อยกว่า 11 โครงการ ในหลากหลายทำเลสำคัญเกาะแนวเส้นทางขนส่งมวลชนที่สำคัญอย่างรถไฟฟ้าสายต่างๆ ในกรุงเทพฯและปริมณฑล และพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญอย่างเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมมูลค่าโครงการกว่า 20,000 ล้านบาท ได้แก่ 1.โรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ รวมไม่น้อยกว่า 3,420 ห้องพัก 2.กลุ่มอาคารสำนักงานให้เช่า พื้นที่ค้าปลีก รวมไม่น้อยกว่า 16,000 ตร.ม. โดยโครงการส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผสมผสานการใช้ประโยชน์ด้วยกันในอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท สร้างรายได้จากหลายรูปแบบ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ และทำให้แต่ละโครงการมีศักยภาพพร้อมเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของทำเลนั้นๆ โดยคาดว่าจากแผนงานของบริษัทจะทำให้ภายในปี 2568 บริษัทจะสามารถสร้างกำไรให้กับกลุ่มได้ 500 ล้านบาทต่อปี