นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในเรื่องบประมาณ 2563 ขณะนี้คงต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญว่าจะคำตัดสินออกมาอย่างไร ซึ่งกระทรวงการคลังหวังว่าจะล่าช้าไม่มาก โดยเตรียมแนวทางไว้ทุกทาง ในทุกสถานการณ์เพื่อนำมารับมือกับงบประมาณปี 2563 ที่อาจล่าช้า ซึ่งคงไม่สามารถลงรายละเอียดได้มาก บอกได้เพียงว่าเตรียมการไว้เพื่อให้มีเงินงบประมาณในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
“ในส่วนของงบประจำนั้นสามารถเบิกจ่ายได้ต่อเนื่อง ส่วนงบลงทุนแยกเป็น 2 ส่วนคืองบลงทุนผูกพันไว้แล้วสามารถเบิกจ่ายได้ต่อเนื่อง และได้กำชับไปยังผู้บริหารของกระทรวงการคลังให้แจ้งหน่วยงานต่างๆ แล้วว่าถ้าเป็นงบทุนผูกพันนั้นสามารถไม่ต้องชะลอเบิกจ่าย ส่วนงบลงทุนใหม่จะไม่สามาระเบิกจ่ายได้เพราะต้องรองบประมาณมีผลนั้น ขณะนี้กระทรวงการคลังเตรียมการไว้แล้ว แต่ยังพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะต้องรอศาลฯ ก่อน”นายอุตตม กล่าว
นายอุตตมกล่าวต่อว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาไวรัสโคโรนา กระทบต่อการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในประเทศ ขณะนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป ก่อนหน้านี้แม้ว่าเคยตั้งเป้าหมายอยากเห็นเศรษฐกิจโต 3% แต่ล่าสุดสำนักงานเศรษฐกิจการคลังปรับลดคาดการณ์ปีนี้ลงเหลือ 2.8% นั้น อยากให้ติดตาม เพราะเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกค่อนข้างมาก ซึ่งรัฐบาลต้องดูแลให้เต็มที่ และมีการออกมาตรการมาดูแลเศรษฐกิจภายในเป็นพิเศษ และคงต้องติดตามว่าเศรษฐกิจภายนอกจะดีขึ้นหรือไม่
นายอุตตม กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคมหารือกับผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ทางผู้ว่าธปท.บอกว่าออกหนังสือเวียนขอความร่วมมือไปยังสถาบันการเงินให้ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ซึ่งตรงนี้จะเห็นว่าทุกฝ่ายกำลังช่วยกัน โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับไทยนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผ่านมาไทยเจอหนักกว่านี้ ยังผ่านไปได้

