นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธปท.อยู่ในระหว่างการพิจารณาปรับลดคาดการณ์ ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทย โดยจะนำผลกระทบจากการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ รวมถึงการล่าช้าของงบประมาณประจำปี 2563 ที่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้ในขณะนี้ มาประเมินร่วมกันเพื่อวางทิศทางประมาณการ ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง
“จากประมาณการเดิม ที่คาดว่าจีดีพีรวมของประเทศไทยในปี 2563 จะโตได้ที่ 2.8% แต่จากโรคระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับภาคการท่องเที่ยว การบริโภคในประเทศ และต่อเนื่องถึงภาคการส่งออกของไทย เนื่องจากไทยมีการส่งสินค้าเกษตรไปยังประเทศจีนด้วย ดังนั้นในเดือนมีนาคม 2563 จึงจะมีการพิจารณาปรับลดตัวเลขจีดีพีอีกครั้ง ส่วนในไตรมาสแรก คาดว่าจีดีพีจะโตได้ที่ 2% จากคาดการณ์เดิมที่ยังไม่ปรับลด แต่หากปรับลดลงแล้ว ก็มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจในไตรมาสแรกจะปรับลดลงลึกกว่าเดิม”นายดอนกล่าว
นายดอนกล่าวว่า สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจและการเงิน ประจำเดือนธันวาคม และไตรมาส 4 ของปี 2562 คาดว่าจะโตที่ 2.5% ส่วนทั้งปี 2562 คาดว่าจะโตเท่ากันที่ 2.5% แต่มีความเสี่ยงที่ตัวเลขจีดีพีทั้งปี 2562 โตไม่ถึง 2.5% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ยังอยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่อง โดยการส่งออกสินค้าที่หดตัวต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศชัดเจนขึ้น ขณะที่การบริโภคของภาคเอกชนชะลอตัวชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ตามปัจจัยพื้นฐานด้านรายได้และความเชื่อมั่นที่ยังอ่อนแอ แม้จะมีมาตรการภาครัฐช่วยพยุงกำลังซื้อบางส่วนก็ตาม
นายดอนกล่าวว่า นอกจากนี้ การชะลอตัวของอุปสงค์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรม และเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนหดตัวมากขึ้น ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวต่อเนื่อง เพราะผลกระทบจากการล่าช้าของงบประมาณปี 2563 ที่ยังไม่ประกาศใช้ มีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เติบโตต่ำ เพราะเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวจีนล่มที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2562

