หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ขนส่งทางบก’ ...

‘ขนส่งทางบก’ หั่นภาษีรถ หนุนใช้รถยนต์ไฟฟ้า ช่วยลดฝุ่นละออง PM 2.5

1.02.20 | 15:19 น.

นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงไม่สมบูรณ์ของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะในอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน กรมการขนส่งทางบกจึงส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานอื่นทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง อาทิ การสนับสนุนให้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยการแก้ไขกฎ ระเบียบ ให้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถจดทะเบียนได้ และลดอัตราภาษีรถประจำปีสำหรับรถพลังงานสะอาด ได้แก่ รถที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า หากเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง จะเก็บภาษีตามน้ำหนักของรถในอัตราเดียวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ซึ่งจะน้อยกว่าอัตราภาษีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

ส่วนรถตู้ รถบรรทุก รถจักรยานยนต์ รวมไปถึงรถบดถนน รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร และรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัดที่ใช้พลังงานไฟฟ้า จัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของรถประเภทเดียวกันที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เช่น รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เสียภาษีประจำปีคันละ 100 บาท ขณะที่ รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้พลังงานขับเคลื่อนจากไฟฟ้าจะเสียภาษีประจำปีคันละ 50 บาท สำหรับรถที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง จัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด ส่วนรถที่ใช้เอ็นจีวี ร่วมหรือสลับกับน้ำมันเชื้อเพลิง จัดเก็บภาษีในอัตราสามในสี่ของอัตราที่กำหนด

นางจันทิรา กล่าวว่า สถิติ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 จำนวนรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 40,712,043 คัน เป็นรถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงจำนวน 27,749,524 คัน น้ำมันดีเซลจำนวน 11,294,017 คัน ส่วนยอดสะสมจากการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า มีจำนวน 2,854 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถบัสไฟฟ้าจำนวน 117 คัน ขณะที่จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด และปลั๊ก-อินไฮบริด มียอดสะสมจำนวน 153,184 คัน ส่วนรถที่ใช้เอ็นจีวี เป็นเชื้อเพลิง มีจำนวน 53,407 คัน รถที่ใช้เอ็นจีวี ร่วมหรือสลับกับน้ำมันเชื้อเพลิง มีจำนวน 313,440 คัน

“กรมการขนส่งทางบกให้ความสำคัญและสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาด้านพลังงานทางเลือกของประเทศ โดยคำนึงถึงการประหยัดพลังงาน การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงความปลอดภัยต่อการขับขี่ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดมลพิษทางอากาศได้ มีความมั่นคงทางพลังงานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน” นางจันทิรา กล่าว

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


เพิ่มเพื่อน