หน้าแรก เศรษฐกิจ สศอ.เผยสินค้า...

สศอ.เผยสินค้าไทยส่งเข้าอู่ฮั่นน้อย ลุ้นรง.ญี่ปุ่นย้ายจากอู่ฮั่นมาไทยหนีไวรัส-เทรดวอร์

2.02.20 | 13:33 น.

สศอ.เผยสินค้าไทยส่งเข้าอู่ฮั่นน้อย ลุ้นรง.ญี่ปุ่นย้ายจากอู่ฮั่นมาไทยหนีไวรัส-เทรดวอร์ ชี้เอ็มพีไอสัญญาณดีภาคผลิตฟิ้น ไทยควรใช้โอกาสนี้ดึงลงทุนจีนมาไทย มั่นใจภาคท่องเที่ยวดีขึ้นจากมาตรการรัฐช่วย แต่ต้องหาตลาดใหม่ทดแทนจีน

นายทองชัย ชวลิตเชษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) กล่าวว่า ความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ขณะนี้สศอ.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปยังประเทศจีน โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองอู่ฮั่นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ประเมินเบื้องต้นคาดว่าสินค้าอุตสาหกรรมของไทยที่ส่งออกไปเมืองอู่ฮั่นมีไม่มาก จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมมากนัก หรืออาจส่งผลกระทบในวงจำกัดใช้เวลาไม่มากในบางอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปเมืองอู่ฮั่น เพราะเชื่อว่าจีนจะควบคุมสถานการณ์ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

“การส่งออกสินค้าไปยังพื้นที่อื่นของจีนยังดำเนินการได้ ยืนยันว่าสินค้าอุตสาหกรรมของไทยที่มีซัพพลายเชนผลิตเพื่อส่งออกไปยังเมืองอู่ฮั่นมีไม่กี่รายการ อาทิ ชิ้นส่วนรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดว่ามีกี่รายและมีจำนวนมากหรือน้อย เบื้องต้นพบว่า มีญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และสั่งสินค้าจากไทยเข้าไปประกอบที่อู่ฮั่น หลังจากนี้ต้องติดตามและประเมินผลกระทบให้เห็นภาพชัดเจน”นายทองชัยกล่าว

นายทองชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตามระยะยาวจะส่งผลดีในแง่ของการย้ายฐานผลิตมายังประเทศไทยมากขึ้น เพราะนักลงทุนยังมีความกังวลจากปัญหาสงครามการค้า(เทรดวอร์)ระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่ล่าสุดมีสัญญาณผ่อนคลายลง และปัญหาไวรัสครั้งนี้อีก อาจกระตุ้นการย้ายฐานการผลิตจากจีนไปประเทศอื่น โดยเฉพาะการย้ายมาลงทุนในไทยมีมากขึ้น ดังนั้นไทยต้องใช้โอกาสนี้ดึงการลงทุนจากจีน ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นในอู่ฮั่นเป็นเป้าหมายหนึ่งที่ไทยควรชวนให้มาลงทุนในไทย

Advertisement

“จากตัวเลขคำขอตั้งและขยายโรงงานอุตสาหกรรมที่สูงในปีที่ผ่านมา มั่นใจว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการลงทุนของไทย ล่าสุดทราบว่ามีบริษัทขนาดใหญ่จากสหรัฐฯ ทำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เตรียมเข้าลงทุนไทย พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี มูลค่าลงทุนหลายหมื่นล้านบาท เรื่องนี้เป็นสัญญาณที่ดีต่อภาคการลงทุนไทย”นายทองชัยกล่าว

นายทองชัยกล่าวว่า สำหรับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) เดือนมกราคมต่อเนื่องเดือนกุมภาพันธ์ มั่นใจว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ของไวรัสโคโรนา ในทางกลับกันเชื่อว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเดือนธันวาคม 2562 อยู่ที่ระดับ 99.02 ลดลงเพียง 4.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 103.52 แต่ถือว่าปรับตัวดีขึ้น 2.13% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 8.09% อยู่ที่ระดับ 96.95 เป็นไปตามที่สศอ.คาดการณ์ว่าตัวเลขธันวาคมจะดีกว่าพฤศจิกายน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 63.96% จากเดือนก่อนอยู่ที่ 63.29% ส่วนภาพรวมเอ็มพีไอปี 2562 ทั้งปีลดลง 3.7% อัตราการใช้กำลังการผลิตทั้งปีอยู่ที่ 66.3%

“คาดการณ์เอ็มพีไอเดือนมกราคม 2563 จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แม้มีสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ขณะที่ประมาณการอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ จีดีพี ภาคอุตสาหกรรมปี 2563 คาดจะขยายตัว 1.5-2.5% และเอ็มพีไอคาดขยายตัว 2-3%”นายทองชัยกล่าว

นายทองชัยกล่าวว่า ทั้งนี้จากมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ให้ความช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยวจากผลกระทบของไวรัสโคโรนา ก็เชื่อว่าจะประคองเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ เพราะภาคการท่องเที่ยวเป็นอีกขาสำคัญนอกเหนือภาคอุตสาหกรรม ซึ่งการท่องเที่ยวของไทยพึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก หลังจากนี้คงต้องรีบหาตลาดใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง เช่นเดียวกับภาคการส่งออกที่ต้องเน้นกระจายความเสี่ยงเช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน