นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานระหว่างกระทรวงดีอีเอส และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) โดยจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือนกันยายน 2564 แต่ดาวเทียมไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้กระทรวงต้องทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขอเช่าใช้วงโคจรดาวเทียมต่างชาติในภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากเกรงว่าลูกค้าที่ใช้งานจะได้ผลกระทบนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เนื่องจากได้ย้อนกลับไปอ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 แล้ว พบว่า นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดีอีเอส เสนอให้ ครม. พิจารณาตามที่ไทยคมเสนอมา คือ สามารถดำเนินการเชื่อมต่อระบบขับเคลื่อน (พาวเวอร์ แบงค์) ให้ไทยคม 5 ที่กำลังจะเสื่อมสภาพให้ใช้งานได้ แต่ขอขยายระยะเวลาสัญญาสัมปทานไปอีก 4 ปี ด้วย แต่มติ ครม. ไม่สามารถขยายระยะเวลาสัมปทานออกไปได้ โดยเห็นชอบให้ดำเนินการติดตั้งพาวเวอร์ แบงค์ อย่างเดียว จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล ทั้งนี้ ในทางธุรกิจมองว่า ไทยคมไม่มีทางยอมทำให้แน่นอน และเหตุใดปลัดกระทรวงจึงไม่คัดค้าน แต่กลับรับมตินั้นมา โดยมั่นใจว่า ไทยคมจะดำเนินการตามมติ ครม.
“ทางปลัดมั่นใจว่า สิ่งที่ไทยคมรับปากว่าจะดำเนินการให้ในเดือนสิงหาคม 2563 นั้น ส่วนตัวได้สอบถามไปยังไทยคมแล้วทราบว่าเป็นไปไม่ได้ และเมื่อรู้อย่างนี้ เหตุใดจึงปล่อยเวลาล่วงเลยมาเป็นปีจากที่ประชุม ครม. มีมติ โดยจะอ้างว่ามีหนังสือตอบกลับหรือตามเรื่องเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ อย่างไรก็ขอให้ชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้ผมปล่อยไปไม่ได้ จะผิดมาตรา 157 ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่” นายพุทธิพงษ์ กล่าว
นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า สัญญาสัมปทานระบุว่า ต้องมีดาวเทียมหลัก และดาวเทียมสำรอง อย่างละ 1 ดวง ซึ่งไทยคมมีสัญญาสัมปทานกับกระทรวงดีอีเอส 11 ไฟล์ลิ่ง รวมไทยคม 4, 5, 6 และ 7, 8 ซึ่งอยู่ระหว่างการรออนุญาโตตุลาการตัดสินว่า ท้ายที่สุดแล้วจะอยู่ในระบบสัมปทานกับกระทรวงดีอีเอส หรือระบบใบอนุญาตของ กสทช. โดยไทยคม 4 เป็นดาวเทียมสำรองของไทยคม 3 ซี่งใช้งานไม่ได้แล้ว ดังนั้น เมื่อไทยคม 5 ใช้งานไม่ได้ ก็ต้องมีดาวเทียมสำรองอีกดวง โดยจะอ้างว่า ไทยคม 6 มีการใช้งานเต็มประสิทธิภาพแล้วได้อย่างไร และการอนุญาตให้ไทยคมใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานต่อได้นั้น จะตีความว่าเป็นดาวเทียมสำรองหรือไม่ ตรงนี้ยังไม่มีคำตอบ
ทั้งนี้ สัญญาสัมปทานยังระบุชัดเจนว่า เมื่อดาวเทียมในสัญญาสัมปทานใช้งานไม่ได้ กระทรวงต้องมีหน้าที่ให้คู่สัญญาดำเนินการแก้ไขให้ใช้งานให้ได้ ไม่ว่าการซ่อมบำรุงนั้นจะใช้เงินมากน้อยแค่ไหนก็ตาม โดยไทยคมจะอ้างว่าไม่คุ้มทุนไม่ได้ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่เป็นกังวลอีกว่า เมื่อไทยคม 5 เสียแล้วจะมีโอกาสตกใส่บ้านเรือนหรือสถานที่ต่างๆ ในโลกที่ทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่ เพราะทราบมาว่าวงเงินประกันความเสียหายทำไว้ที่ 70 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพออย่างแน่นอน หรือหากจะยิงให้ตกก่อนที่จะเกิดความเสียหาย ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวใครจะกล้าตัดสินใจ และจะผิดหรือไม่อย่างไร ขณะเดียวกัน เมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน เงื่อนไขก็ระบุว่า ต้องให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ก่อนส่งมอบให้กระทรวงดีอีเอส ซึ่งส่วนนี้จะดำเนินการอย่างไร
“ยอมรับว่าปวดหัวและหนักใจ ผมเข้ามารับตำแหน่งก็เจอแต่เรื่องแบบนี้เต็มไปหมด ถามว่ากลัวไหมที่จะถูกหยิบยกไปเป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งผมว่าทุกเรื่องอธิบายได้ เรามีข้อเท็จจริงหมดทุกเรื่อง เมื่อเรารู้ เราก็อธิบายได้ แต่เรื่องนี้ไม่สอบไม่ได้ เอาข้อเท็จจริงและเอกสารมาคุยกัน” นายพุทธิพงษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจาก กสทช. ระบุว่า การดำเนินการไม่เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานที่กระทรวงดำเนินการนั้น โดยเฉพาะเรื่องดาวเทียมสำรอง หากสอบแล้วพบว่ามีความผิด ความผิดนี้น่าจะร้ายแรงยิ่งกว่าการแก้ไขสัญญาสัมปทานที่ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือหมอเลี้ยบ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้า ดังนั้น กระทรวงต้องแสดงหลักฐานให้หลุดพ้นจากเงื่อนไขนี้ ก็จะทำให้มีความผิดแค่เรื่องเดียว คือ การไม่สั่งการให้ไทยคมดำเนินการซ่อมบำรุงตามสัญญา หากกระทรวงมีหนังสือยืนยันว่าได้ดำเนินการจนถึงที่สุดแล้ว แต่ไทยคมไม่ทำ กระทรวงก็ต้องฟ้องร้องกับไทยคม เพราะท้ายที่สุดแล้วไทยคม 5 ใช้การไม่ได้ แผนการทำการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี)ดาวเทียมของกระทรวงก็จะเหลือแค่ไทยคม 4 และ 6 กสทช. ก็ต้องนำไฟล์ลิงของไทยคม 5 ออกมาให้ใบอนุญาตตามกฎหมายเปิดเสรีดาวเทียมฉบับใหม่
“ถามว่าลูกค้าที่ไทยคม 5 โอนไปเช่าใช้ของต่างชาติ จะกลับมาไหม ไทยคมก็บอกว่ากลับมาไม่ได้ เพราะเมื่อมีการเปิดเสรีดาวเทียมต่างชาติ ลูกค้าก็มีสิทธิ์จะใช้ของใครก็ได้ บังคับไม่ได้ อย่างนี้แล้ว กระทรวงจะทำไทยคม 5 ต่อไปอย่างไร ดาวเทียมก็เสีย ลูกค้าก็ไม่มี ใครจะมาทำพีพีพีด้วย เพราะมันไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เรื่องดาวเทียมมันมักมีอาถรรพ์ ที่ผ่านมาก็เด้งปลัดหลายคน” แหล่งข่าว กสทช. กล่าว

