นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ขยายวงกว้าง ส่งผลให้รัฐบาลจีนจำเป็นต้องออกมาตรการเข้มงวดเพื่อจำกัดและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โดยการจำกัดการเดินทางและระบบขนส่งมวลชนในหลายเมืองของจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก อาทิ โลจิสติกส์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เอ็กซิมแบงก์จึงออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ทั้งด้านสินเชื่อและด้านรับประกันการส่งออก เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอาจเกิดขึ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า

นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า มาตรการสนับสนุนด้านรับประกันการส่งออก สำหรับลูกค้าประกันการส่งออกของ เอ็กซิมแบงก์ที่มีการส่งออกไปแล้ว หรือได้รับคำสั่งซื้อแล้วและกำลังเตรียมการส่งออก ประกอบด้วย 1. การขยายระยะเวลาการชำระเงินที่ เอ็กซิมแบงก์ให้ความคุ้มครองสูงสุดรวมกันไม่เกิน 270 วัน (กรณีไม่เกิน 180 วัน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) 2. การเพิ่มความคุ้มครองให้กับสินค้าที่เน่าเสียง่ายจากการที่ผู้ซื้อในจีนไม่รับมอบสินค้าเป็นกรณีพิเศษ ในอัตรา 50% ของมูลค่าใบกำกับสินค้า และ 3. การลดระยะเวลาการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน โดย เอ็กซิมแบงก์จะชดเชยให้ทันที โดยไม่ต้องขายหรือทำลายสินค้าก่อน ลูกค้าและผู้ส่งออกที่สนใจขอรับบริการภายใต้มาตรการสนับสนุนด้านรับประกันการส่งออกได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2563
“จีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 2 ของไทยในปี 2562 คิดเป็นสัดส่วน 12% ของมูลค่าส่งออกรวม โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็นแช่แข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว ชิ้นส่วนรถยนต์ รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า เช่น เม็ดพลาสติก และยางพารา”นายพิศิษฐ์ กล่าว

