หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจญี่ปุ่น...

ธุรกิจญี่ปุ่น ห่วงอุปสงค์ในไทยซบหนัก โคโรนาระบาดกดดันศก.ไทย

4.02.20 | 17:27 น.

นายอัทสึชิ ทาเคทานิ ประธานคณะวิจัยเศรษฐกิจ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ(เจซีซี) เปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย ประจำครึ่งปีหลัง 2562 ที่มีการทำสำรวจบริษัทญี่ปุ่นในไทย 1,750 ราย ช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายนถึง 3 ธันวาคม 2562 ว่า ดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจ(diffusion Index:DI) ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบสภาพธุรกิจช่วง 6 เดือนกับระยะ 6 เดือนก่อนหน้าและเทียบสภาพธุรกิจปรับตัวดีขึ้นกับสภาพธุรกิจปรับตัวแย่ลง พบว่า ค่าดีไอครึ่งปีหลัง 2562 ดีขึ้นจากครึ่งปีแรก 2562 แต่ยังมีค่าติดลบ 18 จากที่ค่าติดลบ 38 เนื่องจากความกังวลต่อผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐและจีน(เทรดวอร์)ผ่อนคลายลง และค่าบาทอ่อนค่าลง คาดว่าปีนี้บาทอยู่ที่ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลต่อปัจจัยลบในเรื่องการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น และอุปสงค์ภายในประเทศไทยซบเซา ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่อันดับ10 ขึ้นมาอยู่เป็นอันดับ 3 สะท้อนว่าเอกชนกังวลมากขึ้นต่ออุปสงค์ในประเทศไทยตกต่ำ เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยต้องเร่งดูแล

นายทาเคทานิ กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย คือ 53% กังวลในเรื่องสาธารณูปโภค อยากให้รัฐบาลเร่งลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างสภาพแวดล้อมทางกานลงทุน ซึ่ง 23% ระบุว่าสนใจที่จะลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ส่วนที่เปอร์เซ็นต์สนใจน้อยกว่าไม่สนใจและเฉยๆเพราะธุรกิจที่ตอบมีการลงทุนในไทยและสนใจลงทุนในกรุงเทพฯเป็นหลัก นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลสนับสนุนด้านสิทธิพิเศษทางภาษี อำนวยความสะดวกในด้านนำเข้าและส่งออก และลดปัญหาขาดแคลนแรงงานระดับวิศวกร และด้านพัฒนาและวิจัย
นายทาเคทานิ กล่าวถึงผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาว่า ขณะนี้บริษัทญี่ปุ่นกำลังติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะกระทบต่อเศรษฐกิจโลกซบเซา กระทบต่อเนื่องถึงการนำเข้าและส่งออกไปทั่วโลก รวมถึงไทย ก็หวังว่าจะไม่ยืดเยื้อ ไม่อย่างนั้นจะมีผลต่อเรื่องนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิต และการส่งออกที่ลดลง

” ระยะสั้นนี้ ห่วงผลกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศ เพราะโคโรนาจะมีผลทันทีต่อภาคท่องเที่ยวของไทย และการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัวนักจากเทรดวอร์ ซึ่งเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยเสาหลัก 2 ส่วนนี้ หากจำนวนนักท่องเที่ยวหายไปนานๆ รายได้ในประเทศได้รับผลกระทบ กำลังซื้อก็จะหายไป ก็ย่อมกระทบต่อธุรกิจ หรือจีนหยุดนาน อาจมีผลต่อวัตถุดิบที่ใช้การผลิตในหลายประเทศ แต่ในระยะสั้นนี้โคโรนายังไม่มีผลกระทบต่อบริษัทญี่ปุ่น ” นายทาเคทานิ กล่าว