นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(ทป.)กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีการปรับฐานะงานด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จากเดิมที่มีฐานะเป็นกลุ่มงานอยู่ภายใต้สำนักเครื่องหมายการค้า ปรับฐานะใหม่ขึ้นเป็นกองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเทียบเท่าระดับสำนัก ทำให้ภารกิจของงานด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จะมีความคล่องตัวมากขึ้น และขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ การปรับหน่วยงานด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นกองดังกล่าว ใช้เวลานานถึง 17 ปี ตั้งแต่กรมดูแลเรื่องสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยผลจากการมีหน่วยงานเฉพาะ ทำให้การทำงานเรื่องสินค้า GI ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าที่รัฐบาลให้ความสำคัญจะขับเคลื่อนได้ดีขึ้น เพราะมีคนทำงานเป็นของตัวเอง ไม่ต้องอยู่ภายใต้สังกัดกองอื่น สามารถตั้งงบประมาณทำงานเองได้ ซึ่งกรมฯ มั่นใจว่าจากนี้ไปงานขับเคลื่อนสินค้า GI จะดีขึ้นอย่างแน่นอน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานรากด้วยสินค้า GI ก็จะทำได้ดีขึ้น
นายทศพล กล่าวว่า สำหรับการผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียน GI ได้แล้ว 75 จังหวัด เหลือเพียง 2 จังหวัด คือ ปทุมธานี และอ่างทอง ที่ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนสินค้า GI แต่ในส่วนของจังหวัดปทุมธานี กำลังอยู่ระหว่างการประกาศโฆษณาคำขอขึ้นทะเบียนกล้วยหอมทองปทุม คาดว่าจะได้รับการขึ้นทะเบียนในเร็วๆนี้ ส่วนจังหวัดอ่างทอง ได้ยื่นคำขอจดทะเบียน GI สินค้ากลองเอกราช ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาและคาดว่าจะได้รับการขึ้นในเร็วๆ นี้เช่นเดียวกัน หาก 2 จังหวัดที่เหลือได้รับการขึ้นทะเบียน GI ก็จะทำให้ 77 จังหวัดของไทยมีสินค้า GI ครบทุกจังหวัด
“กรมมีแผนเดินหน้าขึ้นทะเบียนสินค้า GI รายการใหม่ๆ ล่าสุดได้รับการแจ้งรายชื่อสินค้าที่มีโอกาสขึ้นทะเบียน GI จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเข้ามาแล้ว147 สินค้า จาก 50 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ ผ้าไหม เกษตรแปรรูป หัตถกรรม เครื่องจักรสาน กรมกำลังส่งทีมลงพื้นที่ไปประชุมหารือร่วมกับจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกษตรกร ผู้ประกอบการชุมชน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียน GI
“เบื้องต้นมีสินค้าเป้าหมาย 7 สินค้า จาก 6 จังหวัด ได้แก่ ผ้าไหมปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พุทราบ้านโพน จังหวัดกาฬสินธุ์ มะม่วงหนองแซง และเผือกหอมบ้านหอม จังหวัดสระบุรี มังคุดคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช มันแกวบรบือ จังหวัดมหาสารคาม และพริกไทยปะเหลียน จังหวัดตรัง”
ปัจจุบัน ตั้งแต่ พ.ร.บ.คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ.2546 มีผลบังคับใช้ มีคำขอยื่นเข้ามาทั้งหมด จำนวน 228 คำขอ ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว จำนวน 135 สินค้า เป็น GI ไทย จำนวน 118 สินค้า และ GI ต่างประเทศ จำนวน 17 สินค้า

