หน้าแรก เศรษฐกิจ ผวาฝุ่น-โคโรน...

ผวาฝุ่น-โคโรนา ลดกิจกรรม-ใช้จ่ายมาฆบูชาและวาเลนไทน์ ทำสถิติโตต่ำสุด

5.02.20 | 14:37 น.

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันมาฆบูชา ซึ่งตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และสำรวจการใช้จ่ายวันวาเลนไทน์ ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยสำรวจประชาชน 1,234 ราย ระหว่างวันที่ 27 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2563 นั้น พบว่าประชาชนเกือบ 70% ของการสำรวจระบุว่าวิตกต่อปัญหาการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาและฝุ่นละออง ทำให้ลดการออกจากบ้านเพื่อไปทำกิจกรรมหรือทำบุญลดลง ประกอบกับวิตกเรื่องราคาสินค้าและค่าครองชีพ มองว่าเศรษฐกิจแย่ลง ทำให้เงินสะพัดใช้จ่ายช่วงมาฆบูชาปีนี้ติดลบ 2.50 % หรือมูลค่า 2,601 ล้านบาท จากปีก่อน 2,667 ล้านบาท สำหรับเงินสะพัดช่วงวันวาเลนไทน์มีมูลค่า 3,246 ล้านบาท หรือติดลบ 1.23 % ซึ่งเป็นการสำรวจครั้งแรกที่มีการติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 “ผลสำรวจสะท้อนว่าประชาชนวิตกต่อปัญหาต่างๆ มากขึ้น ลังเลต่อการทำกิจกรรมและระมัดระวังการออกนอกบ้าน ทำให้การใช้จ่ายตามเทศกาลลดลงทำสถิติติดลบหรือขยายตัวต่ำ ต่อเนื่องจากเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ที่ตัวเลขก็ลดลง ดังนั้น เห็นด้วยที่รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการการคลังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านมาตรการต่างๆ เช่น เพิ่มฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ ทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเที่ยวไทยลดลง ” นายธนวรรธน์กล่าว และกล่าวอีกว่า การสำรวจวันวาเลนไทน์ พบว่า 71.8% นิยมมอบดอกกุหลาบให้คนรัก โดยกลุ่มเจนวาย จะใช้จ่ายมากกว่ากลุ่มอื่น ประมาณ 1,069 บาทต่อคน สูงกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,013 บาท ที่น่ากังวลคือนักเรียนและนักศึกษา มีแนวโน้มฉลองวันวาเลนไทน์โดยการมีเพศสัมพันธ์ โดยใช้ห้องพักและหอพักเป็นสถานที่ ทำให้เกิดความวิตกโอกาสติดเชื่อจากมีเพศสัมพันธ์ก่อนวันอันควรเพิ่มสูงขึ้น สำหรับผลสำรวจเกี่ยวกับใช้จ่ายวันมาฆบูชา พบว่า เป็นปีแรกในรอบ 9 ปีที่ทำสำรวจ ที่ประชาชนระบุไปทำบุญไหว้พระในวันมาฆบูชา น้อยที่สุด โดยส่วนใหญ่ 55% ระบุไม่ไปและไม่แน่ใจ ที่ไปไหว้พระจะเน้นใกล้บ้าน และเวียนเทียนลดลง แม้ปีนี้มีวันหยุดยาวถึง 3 วัน