หน้าแรก เศรษฐกิจ จำกัดซื้อหน้า...

จำกัดซื้อหน้ากากไม่เกิน 10 ชิ้น พณ.ชี้กว่าพันรายแห่ร้องหาซื้อยาก-แพงมาก

5.02.20 | 15:44 น.

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กล่าวภายหลังกรมหารือร่วมกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ ว่า ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ค้าจำกัดการซื้อหน้ากากอนามัยของประชาชน โดยจำกัดปริมาณการซื้อไม่เกินคนละ 10 ชิ้น ซึ่งห้างขายไม่เกิน 4 หรือ 5 ชิ้นได้แล้วแต่สต๊อกของผู้ค้าแต่ละราย ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ โดยการจำกัดการซื้อยังไม่ครอบคลุมร้านขายยา และร้านค้าทั่วไป ที่เริ่มจากห้างและร้านสะดวกซื้อ เพื่อให้สินค้ามีเพียงพอและขายได้ทั่วถึง อาจมีประชาชนบางส่วนที่ซื้อจำนวนมากจนเกินความจำเป็นและกักตุนไว้ ทำให้ประชาชนคนอื่นหาซื้อได้ยาก ก็ขอให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ด้วย ถ้าการขอความร่วมมือยังไม่สามารถทำให้สินค้ากระจายได้อย่างทั่วถึง กรมจะใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ออกมาตรการบังคับให้ห้างจำกัดการขายต่อไป นายวิชัยกล่าวว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้หน้ากากอนามัย ใยสังเคราะห์ Polypropylene (Spunbond) เพื่อใช้ในการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขภาพอนามัยสำหรับล้างมือ เป็นสินค้าควบคุม ตามที่คณะกรรมการการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เสนอ และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ส่งแจ้งให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้ค้า รวมถึงตัวแทนจำหน่าย ต้องแจ้งสต๊อกสินค้า ปริมาณการผลิต ปริมาณการนำเข้า ปริมาณการส่งออก ราคาซื้อ ราคาขาย ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มายังกรมการค้าภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์

นายวิชัยกล่าวอีกว่า ในส่วนส่งออกหน้ากากอนามัยเพื่อการค้า ตั้งแต่ 500 ชิ้นขึ้นไป จะต้องขออนุญาก่อนตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป และกรมจะขอความร่วมมือกรมศุลกากร หากไม่มีหนังสืออนุญาตจากกรม ห้ามให้ส่งออกโดยเด็ดขาด สาเหตุให้แจ้งและขออนุญาตการส่งออก เพราะที่ผ่านมาผู้ค้าหลายรายกักตุนไว้เพื่อขายในราคาแพง จนประชาชนเดือดร้อน ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตหลายรายยังเร่งส่งออกในปริมาณมาก ส่งผลให้สินค้าขาดแคลนบางช่วงและบางพื้นที่ และเพื่อให้หน้ากากอนามัยจำหน่ายได้ทั่วถึง กรมได้ตั้งศูนย์บริหารจัดสรรหน้ากากอนามัย เพื่อให้กระทรวงจัดสรรไปให้กับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ก่อน เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว ทั้งพนักงานโรงแรม บริษัททัวร์ รวมถึงผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเสี่ยง โดยผู้ผลิตต้องเริ่มจัดสรรมาให้กระทรวงตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป พร้อมกันนั้น กรมจะนำไปกระจายผ่านร้านธงฟ้าทั่วประเทศกว่า 120,000 ร้านด้วย ”มาตรการเหล่านี้ เพื่อให้มีหน้ากากอนามัยเพียงพอใช้ในประเทศ ขณะนี้ความต้องการใช้เพิ่มมากถึงเดือนละ 50-60 ล้านชิ้น จากช่วงปกติ 30 ล้านชิ้น เต็มกำลังการผลิตของแต่ละโรงงานแล้ว และส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออก นำมากระจายในประเทศน้อย ซึ่งปีก่อนส่งออกมากถึง 220 ล้านชิ้น จากปี 2561 ที่ส่งออกเพียง 71 ล้านชิ้น จึงต้องหามาตรการเข้มงวดกับการส่งออกก่อน ถ้าผู้ผลิตรายใดทำสัญญาซื้อขายกับต่างประเทศแล้ว จะพิจารณาอนุญาตเป็นรายๆไป ”

นายวิชัยกล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนจำนวนมากถึง 1,022 ราย ได้ร้องเรียนเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยมายังกรมผ่านสายด่วน 1569 แยกเป็น 769 ราย ร้องเรียนว่าไม่สามารถหาซื้อได้ อีก 220 รายแจ้งว่าราคาแพงจากที่เคยซื้อปกติ ส่วนที่เหลือเป็นการร้องเรียนไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือขายราคาไม่ตรงกับป้ายแสดงราคา เป็นต้น ซึ่งกรมได้ทยอยตรวจสอบแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ส่งสายตรวจเฉพาะกิจ 10 สายไปตรวจสอบสถานการณ์จำหน่ายหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือในกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วนในต่างจังหวัด สำนักงานพาณิชย์ ได้ตรวจสอบด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากประชาชนไม่สามารถหาซื้อได้ หรือซื้อราคาแพง แจ้งได้ที่สายด่วน 1569 จะเร่งดำเนินการเพิ่มสินค้าและดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฎิบัติตามประกาศมีโทษจำคุก 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนฝ่าฝืนไม่แจ้งราคาซื้อหรือขายมีโทษจุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับครั้งละ 2 พันบาท จนกว่าจะปฎิบัติตามคำสั่ง ส่วนการขายเกินราคากำหนดมีโทษจำคุก 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ