‘สนธิรัตน์’มั่นใจคำขอตั้งโรงไฟฟ้าชุมชนทะลุเป้า ประกาศกร้าวคาดโทษหนักจนท.-ผู้เกี่ยวข้องเรียกรับสินบนโรงไฟฟ้าชุมชน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังนำคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อมอบนโยบายพลังงานชุมชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ว่า นโยบายส่งเสริมโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากจะพลิกมิติด้านพลังงานครั้งสำคัญ ตอบโจทย์ประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงพลังงานได้ นอกจากจะมีส่วนช่วยยกระดับให้ชุมชนได้เป็นผู้ผลิต ผู้ใช้ และผู้จำหน่ายไฟได้เองแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาปากท้อง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ลดการย้ายถิ่นฐาน สามารถเพิ่มการลงทุนในพื้นที่ได้อีก อาทิ การปลูกพืชพลังงานเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง รวมทั้ง ลดปัญหาฝุ่นพิษ พีเอ็ม2.5 จากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในที่โล่งแจ้ง ท้ายที่สุดจะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจ และด้านสุขภาพ
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับโรงไฟฟ้าชุมชน อยากเห็นผลสำเร็จร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าและชุมชน คาดว่ารายละเอียดหลักเกณฑ์การจัดตั้งโรงไฟฟ้าชุมชนจะแล้วเสร็จประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ และคาดว่าจะมีคำขอเกินเป้าหมายที่กระทรวงพลังงานวางไว้ 700 เมกะวัตต์ เชื่อว่าพืชพลังงานจะทำมาใช้ในโรงไฟฟ้าจะต้องสร้างรายได้ต่อไร่ต่อปีที่มากกว่าเดิมอย่างแน่นอน เป็นเกษตรพันธสัญญากับโรงไฟฟ้า ปลูกแล้วรับซื้อกันไปได้ถึง 20 ปีเป็นอย่างน้อย จะทำให้ประชาชนสามารถมีรายได้ที่ดีอย่างยั่งยืนยาวนาน
“จะตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินงานร่วมกันกับชุนชน หากมีเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องเรียกรับผลประโยชน์จากโครงการดังกล่าว จะลงโทษสถานหนัก และขอให้ผู้สนใจร่วมเป็นหูเป็นตาแจ้งข่าวให้กับตนด้วย”นายสนธิรัตน์กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า จากนโยบายของกระทรวงพลังงานในการขับเคลื่อนนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชน ขณะนี้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการวิ่งเต้นของนักการเมืองบางพื้นที่ที่อ้างชื่อนายสนธิรัตน์เรียกรับผลประโยชน์จากเพื่อเปิดทางให้เอกชนได้สิทธิโรงไฟฟ้าชุมชนที่เตรียมเปิดประมูล 700 เมกะวัตต์ในปีนี้
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


