วันที่ 5 กุมภาพันธ์ บริษัท คินเซนทริค และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ ประกาศเปิดความร่วมมือของการประกวดสุดยอดองค์กรนายจ้างดีเด่น ประจำประเทศไทย ปี 2563 (Kincentric Best Employer Thailand 2020) โดยจัดต่อเนื่องนับเป็นครั้งที่ 20

ทั้งนี้ศาตราจารย์ ดร. เอียน เฟนวิค (Ian Fenwick) ผู้อำนวยการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ กล่าวในหัวข้อ “The Future World of Work – Digital Transformation” โดยกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล เศรษฐกิจ สภาพสังคม ทำให้องค์กรต้องปรับเปลี่ยน มุมมอง เปลี่ยนกลยุทธ์ และการบริหารงานเพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบจากเทคโนโลยีดิจิทัลในแต่ละช่วงเวลาจากอดีตไปสู่อนาคตอันใกล้ โดยสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือมีความยืดหยุ่น ว่องไว ในการปรับแผนกลยุทธ์และการปฏิบัติให้ทันกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

อาจารย์สุภาพร จันทร์จำเริญ รองผู้อำนวยการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ กล่าวว่า องค์กรนายจ้างและนักบริหารบุคคลยุคเศรษฐกิจพลิกผันอย่างรวดเร็ว ต้องมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งเรื่องไลฟ์สไตล์ ค่านิยมและความคาดหวังของพนักงานรุ่นใหม่ที่มีความแตกต่างจากคนรุ่นก่อน ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัลมาพัฒนางานบริหารบุคคล ต้องสามารถตอบคำถามและแก้ปัญหาเรื่องบุคลากรให้แก่ธุรกิจโดยการประมวลวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบอย่างรวดเร็วแม่นยำ เช่น สามารถแสดงตัวเลขความเสี่ยงด้านกำลังคนขององค์กรในแง่ปริมาณและคุณภาพ เป็นต้น

ดร.อดิศักดิ์ จันทรประภาเลิศ กรรมการผู้จัดการบริษัท คินเซนทริค ประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรที่ได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นในปีที่ผ่านมา มักมี 4 มิติหลักที่มีความโดดเด่นมากกว่าองค์กรทั่วไป ได้แก่ ความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของนายจ้าง ประสิทธิภาพของผู้นำ และวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ เมื่อยุคเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาจะส่งผลกระทบต่อรูปแบบการทำงาน ดังนั้นองค์กรควรใช้กลยุทธ์การรับฟังเสียงพนักงานอย่างต่อเนื่องผ่านเครื่องมือและช่องทางต่างๆเพื่อเสริมสร้างและสนับสนุนให้พนักงานมีความรักและผูกพันกับองค์กร การทำสำรวจพนักงานเพียงครั้งเดียวต่อปีถือว่าไม่เพียงพอแล้ว

นางสาวนภัส ศิริวรางกูร ผู้อำนวยการ และ Practice Lead ด้านภาวะผู้นำ บริษัท คินเซนทริค ประเทศไทย กล่าวว่า การประกวดสุดยอดองค์กรนายจ้างดีเด่นในปีที่ผ่านมา พบว่าองค์กรที่ได้เป็นสุดยอดนายจ้างดีเด่น มีผลประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวมสูงกว่าองค์กรทั่วไปถึงร้อยละ 86 โดยเฉลี่ย และถ้ามองในมิติของผลการเติบโตของผลประกอบการในภาพรวมก็จะมีอัตราการเติบโตของยอดขายที่สูงกว่าร้อยละ 71 โดยเฉลี่ย
นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้ ปี 2568 กลุ่มพนักงานรุ่นใหม่ (Millennial) จะเข้าสู่ภาคแรงงานคิดเป็นจำนวนถึงร้อยละ 75 ของแรงงานในแต่ละองค์กร เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อพนักงานและการทำงานมากยิ่งขึ้น ดังนั้นระบบเทคโนโลยีสาระสนเทศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR technology platform) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนในการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจตลอดวงจรชีวิตการทำงานของพนักงานแต่ละคน


