หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘สมคิด’จี้แบง...

‘สมคิด’จี้แบงก์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ตามกนง. เผยศก.ไทยเจอมรสุม 5 ลูกโตกว่า 2% ถือว่าดีแล้ว

6.02.20 | 16:58 น.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา ถอดรหัสเศรษฐกิจปี 2020 จัดโดยโพสต์ทูเดย์ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ว่า เศรษฐกิจไทยเราผ่านพ้นวิกฤตมาแล้วหลายรอบ ทั้งต้มยำกุ้ม โรคซาร์ หวัดนกฆ่าสัตว์เป็นล้านตัว แต่ไม่มีการตื่นตระหนกเลย เพราะไม่มีโซเซียลมีเดียวไปใส่ไข่จนไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรเท็จ โดย 4-5 ปีที่ผ่านมาหลายคนบอกว่ารัฐบาลไม่มีผลงาน ส่วนตัวมองว่า 10 ปีที่ทำมายังไม่เท่า 4 ปี เลย แต่การสื่อสารไม่ใช่ของง่าย

นายสมคิดกล่าวว่า  ตอนที่รัฐบาลนี้เข้ามาเศรษฐกิจโตไม่ถึง 1% แต่รัฐบาลเข้ามาทำจนโตถึง 4.8% ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงประเทศจะยืนในระดับนี้คงยาก เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจไทยของไทยล้าสมัย ไม่สมดุล รัฐบาลพยายามทั้งในเรื่องการพยุงเศรษฐกิจ และปฎิรูปเศรษฐกิจให้เดินหน้า  ผลักดันอีอีซี ให้เกิดเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย

นายสมคิดกล่าวว่า ทั้งนี้กำลังมีการออกชิมช้อปใช้เฟสใหม่ เพื่อกระตุ้นเที่ยวไทย ดูแลเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ถ้านายกฯ เห็นด้วย น่าจะออกในเร็วๆ นี้ ขณะนี้จะพยายามกระตุ้นให้คนไทยเที่ยวไทยลดผลกระทบที่คนจีนมาเที่ยวไทยลดลง รวมถึงกระตุ้นให้ให้บริษัทไปดูงานหรือไปสัมมนาต่างจังหวัดให้มากขึ้น

นายสมคิดกล่าวว่า กรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ลดดอกเบี้ยลงนั้น ไม่ช้าไปหน่อยเหรอ เมื่อลดดอกเบี้ยมาแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ควรไปดูแลให้ธนาคารพาณิชย์ให้ลดดอกเบี้ยเงินกู้  ถ้าธนาคารพาณิชย์ไม่ลดดอกเบี้ยเงินกู้  การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่มีประโยชน์

“ปีนี้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มโตในระดับ 2% ส่วนสิงคโปร์แนวโน้มโตไม่ถึง 1% เยอรมัน 1% จะถึงไหมยังไม่รู้ แต่ไทยสามารถโตกว่า 2% ถือว่าดีแล้ว และไม่ได้อยู่ในภาวะหดตัว  ซึ่งคนไทยไม่ควรไปตื่นตระหนกกับไวรัสโคโรนา เพราะที่ผ่านมาไทยเจอมรสุมทางเศรษฐกิจมาแล้วหลายครั้ง ก็ยังผ่านมาได้ โดยเชื่อว่าปัญหาเศรษฐกิจโลกหากการเลือกตั้งในสหรัฐจบน่าจะมีบรรยากาศที่ดีขึ้น”นายสมคิด กล่าว

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

นายสมคิดกล่าวต่อว่า ทั้งนี้มรสุมลูกแรกคืนเรื่องการเมือง ในช่วงที่รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เกิดเกียร์ว่างเพราะต้องรอรัฐบาลใหม่ ทำให้ตัวเลขและการใช้จ่ายของรัฐบาล ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ลูกที่ 2 คือสงครามการค้าหรือเทรดวอร์ กระทบต่อการส่งออกของไทย ย่อมกระทบเศรษฐกิจไทยเพราะยังพึ่งพาส่งออกเป็นหลัก และในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาไม่มีใครทำให้ชุมชนเข้มแข็ง มีแต่เรื่องประกันรายได้ การจำนำข้าว ยังไม่เห็นรัฐบาลใดที่จะมาช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย ซึ่งในการเข้ามาทำงานตั้งเป้าว่าดูแลเศรษฐกิจไม่ให้ถดถอย ทำให้เศรษฐกิจสมดุลทั้งในและนอกประเทศ

นายสมคิดกล่าวต่อว่า ลูก 3 คือในเรื่องเงินบาท ล่าสุดสถานการณ์ดีขึ้น กลับเข้ามาสู่จุดที่เอกชนไม่โวยวาย หลังจากนี้อยากให้เอกชนเร่งลงทุน เร่งพัฒนาตนเอง อีกลูกที่กำลังเผชิญอยู่คือไวรัสโคโรนา ไม่อยากให้ตกใจ เพราะตอนเกิดโรคชาร์สร้ายแรงกว่านี้ อยากให้เชื่อมั่นว่ากระทรวงสาธารณสุข ไทย เพราะผ่านมาทั้งซาร์สและหวัดนก ส่วนลูกสุดท้ายคือในเรื่องงบประมาณปี 2563 ยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ ขณะนี้รัฐบาลพยายามแก้ปัญหา เพื่อให้มีเงินใช้ และประคองเศรษฐกิจให้เดินหน้า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน